ComBioLaw.De » Blog » ไอที » ผมมีสิทธิ์แค่ไหน ที่จะห้ามไม่ให้คุณใช้ IE
ผมมีสิทธิ์แค่ไหน ที่จะห้ามไม่ให้คุณใช้ IE
ด้วยความหวังดี (เช่นกัน) ต่อผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซท์ ทาง BioLawCom.De และเว็บที่ต่อต้านการใช้งาน IE หลาย ๆ แห่งพยายามหามาตรการ ไม่ให้คนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซท์ใช้โปรแกรมเยี่ยง IE ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น ... |
|
|
ในตอนเริ่มแรกของการเปิดตัวเว็บไซท์ หากใครเปิดเว็บไซท์ของเราด้วย IE ก็จะเจอผู้หญิงคนหนึ่งออกมาเต้น พร้อมกับมีตัวหนังสือแดง ๆ บอกว่า "เฮ้ย... อย่าใช้ IE เลย" ให้เป็นที่น่ารำคาญเล็กน้อยถึงปานกลาง ดูเหมือนว่าวิธีการนี้ได้ผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หรืออย่างเว็บข่าวไอทีดัง ๆ อย่าง blognone หรือเว็บบลอกชื่อดังอย่าง iannnnn ต่างก็มีวิธีการของตัวเอง ในการบ่ายเบี่ยงไม่ให้คนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซท์ของตัวเองใช้ IE คนที่กำลังใช้ IE อยู่ อาจตั้งคำถามขึ้นมาว่า IE มันไม่ดีตรงไหน ทำไมจึงไม่ควรใช้ ? คำถามนี้จะว่าตอบง่ายก็ง่ายครับ จะว่าตอบยากก็ยาก ที่ง่ายเพราะมันมีหลายเหตุผล ที่ยากเพราะมันเยอะจนขี้เกียจเขียน ที่สำคัญมีอยู่สองอย่างครับ คือ IE มันไม่ปลอดภัย ขนาดที่ว่าในทีวีเยอรมันมีการออกมาบอกว่าให้เลิกใช้ IE กันอย่างกลาย ๆ อย่างที่คุณเชกูวาราเขียนไปหลายครั้งแล้วครับว่า ตอนนี้คนเยอรมันกำลังตื่นตัวเรื่องอาชญากรรมคอมพิวเตอร์พอสมควร เพราะมีคดีเกิดขึ้นค่อนข้างเยอะ รายการทีวีหลายช่อง เลยเอาเรื่องดังกล่าวมานำเสนอ พร้อมกับเชิญผู้เชี่ยวชาญทางด้านความปลอดภัยมาให้คำแนะนำ คำแนะนำแรกเหมือนกันหมดครับ ใช้เว็บบราวเซอร์ที่ปลอดภัย แม้จะไม่ได้บอกว่าควรใช้ตัวไหน แต่ผู้เชี่ยวชาญคนนั้นก็ยืนใช้ Firefox อยู่ครับ และด้วยความตื่นตัวเรื่องความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ตของเยอรมัน ทำให้ตอนนี้คนเยอรมันเกือบ 40% หันมาใช้ firefox กันแล้ว (ที่มา Golem.de ) เหตุผลต่อมาคือ IE ไม่ได้มาตรฐาน ในหลาย ๆ ส่วน โดยเฉพาะการแสดงผล ทำให้ทั้ง Webdesigner และ Webdeveloper ต้องทำงานหนักขึ้น มีคนเคยทำกราฟขึ้นมาให้ดูเล่น ๆ ครับว่า Webdesigner ใช้เวลาในการทำงานในส่วนใดบ้าง กี่เปอร์เซนต์
(ที่มา yatblog ) อาจจะดูเหมือนทำเล่น ๆ แต่ผมขอยืนยันคนหนึ่งครับว่า ตรงกับความเป็นจริงพอสมควร ความไม่ได้มาตรฐานของ IE ไม่ได้มีผลเฉพาะคนที่ออกแบบ หรือ เป็นเจ้าของเว็บไซท์เท่านั้น หากยังมีผลต่อตัวผู้เยี่ยมชมเองด้วย เพราะคุณก็จะได้ดู ได้ใช้เว็บไซท์ที่ไม่ได้มารตรฐานกันไปเรื่อย ๆ นอกจากนี้แทนที่คนสร้างเว็บจะเอาเวลาไปทำอย่างอื่น สร้างสรรค์ผลงาน ก็ต้องมานั่งเสียเวลากับเรื่องเหล่านี้ ทำให้คนที่เข้ามาเยี่ยมชม ได้ดูได้ชมผลงานบนหน้าเว็บไซท์น้อยกว่าที่ควรจะเป็น ด้วยเหตุผลเพียงเท่านี้ วิญญูชน (หรือคนปกติโดยทั่วไป) คงเปลี่ยนมาใช้ Firefox กันแล้วครับ (อ้อ ลืมบอกไปครับว่า Firefox เป็น Opensource นำมาใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ) แต่ !!! เหตุใดคนส่วนใหญ่ (ในประเทศไทยเกือบ 100%) ยังคงใช้ IE กันอยู่ ผมขอแบ่งคนเหล่านี้ออกเป็นสี่กลุ่ม ดังนี้
คนทางฝั่ง Opensource (ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น) มักพูดอยู่เสมอว่า Opensource open mind ประมาณว่า Opensource สนับสนุนในเรื่องการแสดงความคิดเห็นผ่านซอฟท์แวร์ และเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้งาน แต่หลายคนก็นำแนวคิดนี้มาอ้างจนเกินกว่าเหตุ และ ปรักปรำคนที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มของตัวเอง ไม่ open mind กลายเป็นผูกขาดความถูกต้องไปเสีย คำถามคือว่า สิ่งที่ผม และคนในวงการไอทีหลาย ๆ คนทำอยู่ ถูกต้องหรือไม่ ในการผลักดันให้ผู้เยี่ยมชมเว็บไซท์เลิกใช้ IE ในเมื่อมันเป็นสิทธิของเขาที่จะเลือกใช้ ผมได้อ่าน บล็อกของคุณ ลิ่ว มีสองประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และน่าสนใจมากทีเดียว นั่นคือ Firefox isn’t ready! (Yet) และ โอกาส ที่เขียนถึง Discrimination Paradox เอาไว้ ผมเลยเริ่มแอบคิดว่า การกระทำของผมเข้าข่าย Discrimination Paradox หรือไม่ ประเด็นนี้ผมคิดว่า ขึ้นอยู่กับกลุ่มของผู้ใช้งานครับ หากเป็นผู้ใช้งานในกลุ่มที่สาม ผมต้องเข้าข่าย Discrimination Paradox แน่นอน (แต่เอาเป็นว่าผมขอร้องให้หันมาใช้บราวเซอร์ตัวอื่นแล้วกันครับ การเลือกใช้โปรแกรมของคุณทำให้ผมทำงานหนักขึ้นมาก...) แต่หากเป็นผู้ใช้งานในกลุ่มที่สี่นี่ ไม่ถือว่าผมเลือกปฏิบัตินะครับ ดังนั้นเรามาดูกันครับว่าใครบ้างคือคนที่อยู่ในกลุ่มที่สี่ คนกลุ่มนี้มักจะไม่รู้หรอกครับว่า Firefox ดีกว่า IE หรือไม่เพียงใด ยังไม่เคยลองใช้ ลองติดตั้ง Firefox หรือเว็บบราวเซอร์ตัวอื่น ๆ เลยด้วยซ้ำ (ขออภัยครับหากเขียนถึงเว็บบราวเซอร์ตัวอื่นน้อยไปหน่อย แต่เนื่องจาก Firefox เป็นเว็บบราวเซอร์ตัวเดียวที่พอต่อกรกับ IE ได้ ในด้านความนิยมในขณะนี้ เลยต้องนำ Firefox เป็นกรณีหลัก) แต่ด้วยความมักง่าย แม้ว่าจะมีคนบอกแล้วก็ตามว่า IE มันไม่ดีอย่างไรบ้าง ...แต่ตูขี้เกียจนี่นา ก็เลยขอใช้ IE ต่อไป ประมาณว่าเป็นพวกไม่สนโลกว่างั้นเหอะ ที่น่าเศร้าคือ คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนที่มีสมาชิกจำนวนมาก โดยเฉพาะในบ้านเรา หากเป็นเช่นนี้แล้ว มันไม่ได้มีปัญหาเฉพาะเรื่องของการใช้โปรแกรมเพียงอย่างเดียวแล้วครับ แต่มันเป็นเรื่องของแนวคิดที่มีปัญหา และสามารถนำมาโยงกับปัญหาอื่น ๆ ในสังคมได้เลยทีเดียว (ว่ากันไปนั่น) หากใครสังเกตดี ๆ ปัญหาหลาย ๆ อย่างในบ้านเรามีสาเหตุมาจากความมักง่ายของคนในสังคม เลือก สส. คนนี้เพราะเขาให้เงิน ขึ้นรถเมล์ตรงนี้เพราะง่ายดี (ลองนึกถึงการ์ตูนที่คุณ iannnnn เคยเขียนไว้สิครับ) เล่นหวยเพราะรวยง่ายดี หรืออื่น ๆ อีกมากมาย แน่นอนว่าปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดเพราะความมักง่ายเพียงอย่างเดียว แต่ความมักง่ายก็เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุแห่งปัญหา เรื่องง่ายเป็นเรื่องดีครับ แต่มันก็ควรมีขอบเขตของมัน และควรได้รับการชั่งน้ำหนักกับเหตุผลอื่น ๆ ด้วย เอะอะอะไรก็เอาง่ายเป็นหลัก ก็ต้องกลายเป็นถูกกำหนดให้กลายเป็นคนมักง่ายไป อีกประเด็นที่คุณลิ่วเขียนไว้อย่างน่าสนใจ คือ การตัดคำภาษาไทยของ Firefox ที่ทำได้ไม่ดี สู้ IE ไม่ได้ ซึ่งนักพัฒนาโปรแกรมชาวไทยก็พยายามแก้ปัญหาเหล่านี้อยู่ แต่ก็ยังไม่อยู่ระดับที่ผู้ใช้ทั่วไปสามารถใช้งานได้ คุณลิ่วเลยบอกว่า ผู้ใช้ทั่วไป ใช้ IE ก็โอเค แต่สำหรับพวก geek ทั้งหลายควรใช้ Firefox เพราะมีความสามารถพอ สำหรับปัญหานี้ ผมคิดว่า ไม่ควรแก้ทางฝั่ง Client อย่างเดียว ทางฝั่ง Server ก็มีหน้าที่แก้ปัญหานี้เช่นเดียวกัน กล่าวคือ เวลาคุณทำเว็บไซท์คุณก็ต้องรู้สิว่ามีคนจำนวนหนึ่ง (ที่ตอนนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ) ใช้เว็บบราวเซอร์ที่ไม่สามารถตัดคำภาษาไทยได้ ดังนั้น คุณต้องตัดคำเอง อ่านแล้วอาจรู้สึกว่าเป็นงานมหาศาล แต่จริง ๆ แล้ว เปล่าเลยครับ ธรรมชาติของภาษาไทยนั้น ไม่สามารถใช้โปรแกรมตัดคำได้อยู่แล้วครับ เพราะโปรแกรมมันสามารถตัดเป็นคำ ๆ ได้จริงอยู่ แต่อย่างที่ทราบกันดีว่า การเว้นวรรคในภาษาไทยมีผลต่อความหมายของประโยค เว้นผิดเว้นถูก มีอันได้ทะเลาะกัน (ลองนึกถึงประโยคที่ว่า ยานี้ดี กินแล้วแรงไม่มี โรคภัยเบียดเบียน สิครับ) หากเรามัวแต่หวังให้โปรแกรมเว็บบราวเซอร์มาเป็นตัวตัดคำ ผมคิดว่าแทนที่เราจะได้อ่านเนื้อหาได้ง่ายขึ้น กลับได้รับผลตรงข้าม เพราะต้องมาอ่านเว้นวรรคเอง ดังนั้นทางที่ดี คนที่เขียนอะไรก็ตามลงบนอินเทอร์เน็ต ควรรับรู้ปัญหาดังกล่าวเอาไว้ และแก้ด้วยการเขียนเว้นวรรคบ่อย ๆ โดยไม่ทำให้เนื้อความเสีย น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะสามารถแน่ใจได้ว่า การแสดงผลไม่ผิดพลาด การเว้นวรรคไม่เสียหาย อีกทั้งอ่านง่ายขึ้นอีกด้วย ที่ผมเคยเจออยู่บ่อยครั้ง และคิดว่าแย่มาก ๆ คือ เขียนสามสี่ประโยคติด ๆ กันโดยไม่เว้นวรรค อันนี้นอกจากจะทำให้การแสดงผลเสียหายแล้ว ยังอ่านยากอีกต่างหาก และเว็บไซท์ที่ผมคิดว่าน่าตำหนิที่สุดสำหรับเรื่องนี้คือ open online ที่มีเวบมาสเตอร์ที่มีประสบการณ์พอสมควร อีกทั้งคนใน open online ยังเคยทำนิตยสารของจริงมาแล้ว แต่หากเปิด open online ด้วย Firefox (เวอร์ชั่นไม่ตัดคำภาษาไทย) จะเจออะไรทีน่ากลัวมาก เพราะเนื้อหาบนเว็บส่วนมาก จะประกอบด้วยประโยคที่ยาวมาก ๆ ทำให้เว็บบราวเซอร์ที่ไม่มีความสามารถในการตัดคำ แสดงผลออกมาได้แย่สิ้นดี สรุป คุณจะใช้เว็บบราวเซอร์ตัวไหนก็เรื่องของคุณ แต่หากคุณใช้ IE ผมขอบอกว่ามันไม่ปลอดภัย และห่วย มันทำให้ผมทำงานหนักขึ้นโดยไม่จำเป็น และคุณกำลังจะกลายเป็นพลเมืองชั้นสองในโลกอินเทอร์เน็ต เพราะคนทำเว็บหลายคนเขาก็เบื่อในความห่วยของ IE แล้วเหมือนกันครับ (ใครจะไปรู้ ประเทศไทยอาจเป็นข้อยกเว้นก็ได้ อิอิอิ) |
|
จิ้งจอกไฟ' แฟนคลับ
เป็นสาวกจิ้งจอกไฟเหมือนกันจ้า แต่เป็นสาวกที่ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ เพราะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับไฟร์ฟอกซ์มากนัก ... ตอนนี้เขียนบล๊อกอยู่ และกำลังเจอปัญหาแบบเดียวกับ Open Online ค่ะ ... ประโยคที่เราเว้นวรรคไว้มันฉีกออกจากกันดูน่าเกลียดมากกกกก ทั้งๆ ที่ไม่ได้ปรับพารากราฟให้เป็นแบบ justify เลยซักนิด... ตอนพิมพ์ก็เว้นวรรคแทบจะถี่ยิบ ไม่เคยปล่อยประโยคยาวยืด (อันนี้มั่นใจสุดๆ)
ถามคุณ bow_der_kleine 1. เป็นเพราะเราไม่ได้ใช้เวอร์ชั่นตัดคำไทยหรือป่าว ... ถ้าใช่... ทำไมเวลาเปิดดูเว็บ biolawcom ถึงไม่เจอปัญหานี้เลย ... ปัญหาเกิดจากฝั่งของผู้เขียนเว็บ / บล๊อก ล้วนๆ ใช่มั้ยคะ 2. template ของบล๊อกที่เราดาวน์โหลดมาใช้ มีผลกับปัญหาส่วนนี้มั้ย ตอนนี้ใช้ windows Me , ไฟร์ฟอกซ์ 1.5.0.6 และยังไม่ได้ลงเวอร์ชั่นตัดคำภาษาไทย ... ขอบคุณล่วงหน้ามากมายสำหรับคำตอบค่ะ ...
ปล. เว็บเจ๋งมากเลย ทั้งเนื้อหาและรูปแบบ |
bow_der_kleine
ปัญหานี้ตอบยากอยู่ครับ หากเป็นไปได้ช่วยทิ้ง URL ของบลอกไว้ก็ดีครับ (จะได้สร้างเครือข่ายไปในตัว
หรือใช้ ZWSP ของคุณ ลิ่ว ก็ได้ครับ สคริปต์ตัวนี้ดีมาก ๆ แต่ที่ ผมไม่ใช้เพราะว่า ตอนนี้บนเวบไซท์มี javascript เยอะมากแล้ว หากเพิ่มมาอีกตัว เวบคงอืดเกินไปครับ |
thursday's child
ขอบคุณมากค่ะสำหรับคำตอบ และ สคริปต์แนะนำ ZWSP ... เพิ่งเริ่มศึกษาเกี่ยวกับโค้ดได้ไม่นานค่ะ ยังเอ๋อๆ อยู่มาก... เจอปัญหานี้ คงต้องรีบทำความรู้จัก ZWSP เร็วด่วนจี๋
ฝาก url ของบล๊อกไว้หลังไมค์นะคะ... ไม่กล้าแปะที่นี่... ความเน่า (ของบล๊อก) ไม่เคยปรานีใคร... อิ อิ |
bow_der_kleine
ใช่ครับคุณ guest แหม.. ผมก็ลืมเสียสนิท เมื่อวานผมก็พึ่งทดสอบ Opera 9 ไป (ออกมาตั้งนานแล้วพึ่งได้ทดสอบ) ปรากฏว่ามันใช้หน่วยความจำน้อยกว่า Firefox มาก ๆ เลยครับ เร็วปรี้ดดดดดดดดดดดด เลย อันหนึ่งผมคิดว่าเนื่องมาจาก Opeara ใช้ Qt เขียน จริง ๆ แล้วเขาบอกว่า Opera มันได้มาตรฐานกว่า Firefox อีกครับ (รวมถึง Konqueror ของ KDE ด้วย) แต่สองตัวนี้มันมี Plugin สู้ Firefox ไม่ได้น่ะครับ
ส่วนมากแล้วหากเขียนเวบโดยใช้ Firefox เป็นหลัก แล้วเปิดด้วยบราวเซอร์ตัวอื่น ๆ แทบไม่มีปัญหาใด ๆ เลยครับ ยกเว้น IE เพราะมันไม่ได้มาตรฐานจริง ๆ (หรือหากใช้ IE เป็นหลัก ตัวอื่นก็เปิดอ่านไม่ได้เรื่อง) แล้ว IE กับ Firefox คนก็ใช้กันเยอะที่สุด คนเลยไม่ค่อยพูดถึงบราวเซอร์ตัวอื่น ๆ ในกรณีที่พูดถึงเรื่องมาตรฐานกับการพัฒนาเวบไซท์น่ะครับ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าน้อยใจเหมือนกัน เอาเป็นว่าครั้งต่อ ๆ ไปจะเรียกว่าบราวเซอร์ที่ได้มาตรฐานแล้วกันครับ |
ประเด็นเว็บบราวเซอร์ซึ่งเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่สุดสำหรับนักท่องอินเทอร์เน็ต
นับวันยิ่งเพิ่มความร้อนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนที่คลุกคลีอยู่ในวงการไอที
ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ คนเหล่านี้ (รวมถึงผมเอง และ ทีมงานของ
BioLawCom.De ด้วย) พยายามผลักดันให้คนส่วนใหญ่หันมาใช้ 




bow
IE suckkkkkkkkkk
firefox rulesssssss
13 Aug 06