BioLawCom.De » Blog » เหตุบ้าน และ การเมือง » มันมาอีกแล้ววววว 9/19 !!

มันมาอีกแล้ววววว 9/19 !!

imageกลัวตกเทรนด์ครับ เลยรีบมาอัพไว้ก่อน

ทหารยึดอำนาจรัฐบาลทักษิณ ,

แถลงการณ์ คณะปฎิรูปฯ

สุดท้าย ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ก็มาได้แค่นี้ จริง ๆ

สุดท้าย ใครสักคนที่ได้รับพระราชทาน ก็จะมา จริง ๆ

คำถาม

- ประชาชนได้เรียนรู้อะไรบ้างหรือ จากเหตุการณ์ความวุ่นวายที่ผ่านมา ?

(นอกจาก มีปัญหาการเมืองเมื่อไหร่ ก็ต้องให้ใคร หรือ กลุ่มใคร จัดการให้)

- ประชาชนได้อะไรจากการรัฐประหารครั้งนี้บ้าง ?

(นอกจาก กองทัพกลับมา ประชาธิปไตยเข้าสู่ยุคมืด ทหาร หรือใครสักคนมาเป็นนายก (พระราชทาน))

- ตัวทักษิณ ต้องไป (จริง ๆ ก็จะไปอยู่แล้ว) แต่ ระบอบทักษิณ จะหายไปจากเมืองไทยได้หรือเปล่า ? (โปรดเลิกสับสนกันเสียทีเถิด ระหว่าง คำว่า ล้มทักษิณ กับ ล้มระบอบทักษิณ !)

- ระบอบประชาธิปไตย แลกกับ คนไม่เอาไหน และไร้ความสามารถทางการเมืองไปแล้ว ที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร มันคุ้มกันใช่ไหม ?

- จำเป็น และถูกต้องหรือ ที่จู่ ๆ รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 2540 ที่ถือเป็นประชาธิปไตยที่สุดเท่าที่เคยมีมา ก็ถูกฉีกทั้งฉบับ (ดูในแถลงการณ์ฉบับที่ 3)

ประเทศไทย แก้ปัญหากันง่าย ๆ แบบนี้เอง ? ...

เหตุบ้าน และ การเมือง เหตุบ้าน และ การเมือง

BioLawCom BioLawCom

ด่วน! ทหารยึดอำนาจรัฐบาลทักษิณ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่สุดการเมืองไทยก็มาถึงจุดของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ อีกครั้ง เมื่อกองทัพซึ่งคาดหมายว่านำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก กระทำการยึดอำนาจรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อค่ำวันที่ 19 กันยายนทั้งนี้ การยึดอำนาจเริ่มขึ้น เมื่อมีรถบัส 30 คัน บรรทุกทหารหน่วยรบพิเศษ พร้อมอาวุธครบมือ เข้ามายังกองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนินนอกจากนั้นมีรถถังนับสิบคันเข้าตรึงสถานที่สำคัญของกรุงเทพมหานครขณะที่สถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 5 ตัดรายการปกติ เข้าสู่รายงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขณะที่สถานีโทรทัศน์ช่องอื่น ๆ คาดว่าคณะผู้ก่อการพยายามเข้าไปยึดไม่ให้รัฐบาลใช้เป็นกระบอกเสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ฝ่ายทหารรุกคืบยึดอำนาจ ปรากฏความเคลื่อนไหวในฟากรัฐบาล โดย พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อม พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เข้าหารือเป็นการด่วนที่สวนรื่นฤดี

"ทักษิณ" ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินสู้

ขณะที่ภายในทำเนียบรัฐบาลได้มีการสั่งการให้ตำรวจสันติบาลและตำรวจรักษาความปลอดภัยในทำเนียบรัฐบาลกระจายกำลังรักษาความปลอดภัยรอบทำเนียบรัฐบาลอย่างเข้มงวด

กระทั่งเวลา 21.30 น. นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรีเดินทางเข้ามายังทำเนียบ โดยได้เลี่ยงขึ้นทางด้านหลังตึกไทยคู่ฟ้าโดยเมื่อลงจากรถมีสีหน้าเคร่งเครียดไม่สนใจที่จะตอบคำถามผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด

จากนั้นตำรวจรักษาความปลอดภัยภายในทำเนียบสั่งให้สื่อมวลชนทุกแขนงออกจากบริเวณตึกไทยคู่ฟ้า กระทั่งเวลา 21.40 น. พล.ต.อ.ชิดชัยเดินทางตามมาสมทบที่ทำเนียบโดยได้นำรถมาจอดบริเวณประตูด้านหลังตึกไทยคู่ฟ้า แต่ไม่ได้ลงจากรถยนต์หลังจากเพียง 5 นาที นพ.พรหมินทร์เดินลงมาจากตึกไทยคู่ฟ้าพร้อมให้คนติดตามนำเอกสารเป็นกระเป๋าใบใหญ่ และขึ้นรถของ พล.อ.ชิดชัยออกจากทำเนียบรัฐบาล โดยให้รถของ นพ.พรหมินทร์ขับตามออกไป

ทั้งนี้ มีกระแส พ.ต.ท.ทักษิณ จะออกอากาศสดผ่านสถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 อสมทเพื่อประกาศจุดยืนทางการเมือง จนกระทั่งเมื่อเวลา 22.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ต่างประเทศ ส่งสัญญาณเสียงเข้ามาทางช่อง 9 เพื่อประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดและตะกุกตะกักในบางจังหวะ โดยในคำประกาศ ได้มีคำสั่งปลด พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกเข้าประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเข้ารายงานตัวกับพล.ต.อ.ชิดชัย นอกจากนี้ยังมีคำสั่งมอบอำนาจผู้กำกับงานตามสถานการณ์ฉุกเฉิน ให้ผบ.สส.เป็นหัวหน้าคณะ อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่ทันอ่านแถลงการณ์จบ ก็ถูกตัดสัญญาณทางโทรทัศน์ทันที

โดนสั่งตัดสัญญาณทิ้งทันที"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องหลังการตัดสัญญาณออกอากาศของ พ.ต.ท.ทักษิณทิ้งนั้น ได้มีทหารพร้อมอาวุธบุกเข้าไปช่อง 9 พร้อมตะโกนสั่งให้หยุดพูดเดี๋ยวนี้ ทางเจ้าหน้าที่ช่อง 9 จึงตัดสัญญาณทันที ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวระบุว่า รัฐมนตรีหลายคนถูกควบคุมตัว ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวว่าทหารได้แบ่งเป็น 2 ฝ่าย ตรึงกำลังเผชิญหน้ากันอยู่

คณะปฏิรูปประกาศยึดอำนาจแล้ว

ต่อมาเวลา 23.00 น. สถานีโทรทัศน์ทุกช่องประกาศว่า เนื่องด้วยขณะนี้ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขซึ่งประกอบด้วย ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เข้าควบคุมสถานการณ์ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลไว้ได้แล้ว และไม่ได้มีการขัดขวาง เพื่อเป็นการรักษาควาสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง จึงขอความร่วมมือประชาชนในการให้ความร่วมมือ และขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วย

สำหรับท่าทีต่างประเทศนั้น รายงานข่าวจากทำเนียบขาว สหรัฐระบุว่า ได้รับทราบข่าวด่วนเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในไทยและกำลังหาข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณยังคงเก็บตัวอยู่ที่โรงแรมเกรนด์ไฮแอท นิวยอร์ก ซึ่งเป็นที่พักในเกาะแมนฮัตตัน อยู่ห่างจากสำนักงานใหญ่ของสหประชาชาติไม่มากนัก

ที่มา : มติชน

แถลงการณ์ฉบับที่ 1 จากคณะปฏิรูปการปกครอง

image

ภาพประกอบจาก : 19sep.blogspot.com

เมื่อเวลาประมาณ 24.00 น. ม ีแถลงการณ์ฉบับที่ 1 จากคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งประกอบด้วย ผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีข้อความ ดังนี้

โดยปรากฏเป็นที่ชัดเจนว่า การบริหารราชากรแผ่นดินโดยรัฐบาลรักษาการทำให้เกิดความขัดแย้ง แบ่งฝ่าย สลายความรู้รักสามัคคีอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทย ต่างฝ่ายต่างมุ่งหวังเอาชนะด้วยวิธีการหลากหลายรูปแบบ และมีแนวโน้มนับวันจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น

โดยประชาชนส่วนใหญ่เคลือบแคลงสงสัยการบริหารราชการแผ่นดินอันส่อไปในทางทุจริ ต ประพฤติมิชอบอย่างกว้างขวาง หน่วยงาน องค์กรอิสระถูกครอบงำทางการเมืองไม่สามารถสนองตอบต่อเจตนารมณ์ตามที่บัญญัติ ไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทำให้การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเกิดปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนหมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแห่งองค์พระมหากษัตริย์อยู่บ่อยค รั้ง แม้หลายภาคส่วนของสังคมจะพยายามประนีประนอม คลี่คลายสถานการณ์หลายครั้ง แต่ก็ยังยัง็ยังไม่สามารถทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งให้ยุติลงได้

คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข จึงมีความจำเป็นต้องยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยคณะปฏิรูปฯ ขอยืนยันว่าไม่มีเจตนาเข้ามาเป็นผู้บริหารราชการแผ่นดินเสียเอง แต่ต้องการคืนอำนาจการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข กลับคืนสู่ปวงชนชาวไทยโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ เพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งความสงบสุขและความมั่นคงของชาติ รวมทั้งเทิดทูนไว้เพื่อสถาบันพระกษัตริย์อันที่เป็นเคารพยิ่งของปวงชนชาวไทย

ประกาศ ณ วันที่ 19 กันยายน เวลา 23.50 น.

พล.อ.สนธิ บุญยรัตนกลิน

คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

ประกาศคณะปฏิรูป ฉบับที่ 2 เรื่องห้ามการเคลื่อนย้ายกำลังทหารเคลื่อนย้ายกำลัง

ให้ทหารทุกนายไปรายงานตัว ณ ต้นสังกัด และห้ามเคลื่อนย้ายกำลังออกจากที่มั่นปกติโดยเด็ดขาด ถ้าไม่ได้รับคำสั่งจากคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัต ริย์ทรงเป็นประมุข

ประกาศ ณ วันที่ 19 กันยายน 2549

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน

หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุ

ประกาศ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 3

ตามที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุ ขได้ทำการยึดอำนาจปกครองประเทศไว้เรียบร้อยแล้วนั้น เพื่อความสงบเรียบร้อยในการปกครองประเทศ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขจึงใ ห้

1.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 สิ้นสุดลง

2.วุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรี และศาลรัฐธรรมนูญ สิ้นสุดลง พร้อมกับรัฐธรรมนูญ

3.องคมนตรีคงดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

4.ศาลทั้งหลายนอกจากศาลรัฐธรรมนูญ คงมีอำนาจในการพิจารณาพิพากษา อรรถคดีตามบทกฎหมายและตามประกาศปฏิรูปการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย

ประกาศ ณ วันที่ 19 กันยายน 2549

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน

หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ประกาศ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ฉบับที่ 4

เรื่อง อำนาจบริหารราชการแผ่นดิน

คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ฉบับที่ 4

เรื่อง อำนาจบริหารราชการแผ่นดิน

โดยที่ได้มีกฎหมายบางฉบับได้บัญญัติถึงอำนาจของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ในอันที่จะปฏิบัติตามกฎหมายได้ และเพื่อประโยชน์แก่การปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระ ประมุข จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

1. ในระหว่างที่ยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ให้บรรดาอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายได้บัญญัติว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตร ีหรือคณะรัฐมนตรี ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมห ากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข หรือผู้ซึ่งหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย ์ทรงเป็นพระประมุขมอบหมาย

2. ในระหว่างไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีให้บรรดาอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติ ว ่าเป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีกระทรวงใดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของปลัดกระทรวงน ั้น เว้นแต่หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรง เป็นพระประมุข จะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ประกาศ ณ วันที่ 19 กันยายน 2549

พล.อ.สนธิ บุญยรัตนกลิน

หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

 

image

ปล. สำหรับแถลงการณ์ฉบับอื่น ๆ ที่ออกตาม ๆ กันมา ณ เวลานี้ (บ่ายโมงกว่า ๆ ตามเวลาในประเทศไทย) ติดตามได้ที่ บล็อกประชาไท กรุงเทพธุรกิจ หรือ บอร์ดมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ครับ เพราะยังไม่ล่ม

........และหลังจากติดตามอ่านความคิดเห็นตามหน้าเว็บข่าว และบอร์ดอื่น ๆ พบเรื่องที่ไม่น่าต้องแปลกใจว่า คนไทยจำนวนไม่น้อย เห็นด้วยกับการกลับมาของทหารในครั้งนี้ ? เลยขอตั้งคำถามปิดท้ายครับ........

คำถามส่งท้าย

ถ้าเรา เคยไม่ชอบ รัฐบาลทักษิณ เพราะ เขาไม่เคยฟัง สนใจ และให้ความสำคัญกับเสียงประชาชนอย่างแท้จริง

เหตุใดเรา (คนไทยจำนวนหนึ่ง) จึงนิยมยินดี กับ การรัฐประหาร ที่กระทืบเสียงของประชาชน ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ?

ถ้าเรา เคยต่อต้าน รัฐบาลทักษิณ ในเรื่องที่ เขาไม่ยึด หรือถึงขั้นทำลายหลักการประชาธิปไตย ต่อต้านการกระทำหลาย ๆ ครั้ง ที่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา (ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้, สงครามยาเสพติด ฯลฯ)

เหตุใดเรา (คนไทยจำนวนหนึ่ง) จึงนิยมยินดี กับการ รัฐประหาร ที่อาศัยการยึดอำนาจจากปลายปืน ที่นอกจากไม่ยึดหลัก แล้ว ก็ยังทำลายประชาธิปไตย แบบย่อยยับ เหมือนกัน ?

อ้างหลักการ แต่ไม่ ยึดหลักการ มันจะใช้ได้หรือครับ ?

19 Sep 06 | by | tags เหตุบ้าน และ การเมือง

read 5787

<<ช่องข่าวเยอรมันโดนติง ไม่เสนอข่าวประเทศไทย || รัฐบาลพลัดถิ่น..ฝันซะไกล..แต่คงไปไม่ถึง>>

เชกูวารา

มีแหล่งข่าวที่ยังไม่ล่มไปเสียก่อน เพื่อติดตามความคืบหน้า และ ลำดับเหตุการณ์ เพราะบทวิจารณ์อีกหลาย ๆ บท มาเพิ่มให้ครับ ที่บอร์ดมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนนะครับผม

http://www.midnightuniv.org/forum/index.php?board=1.0

อ่ะ...ผมเลยเก็บมาฝากกันซะเลย Laughing

ย้อนรอยปฏิวัติ-รัฐประหารในไทย

20 กันยายน 2549 01:16 น.

ย้อนรอยปฏิวัติ-รัฐประหาร กบฏ 12 ครั้ง-ปฏิวัติ 1 ครั้ง-รัฐประหาร 8 ครั้ง

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนรัฐบาล หรือคณะผู้ปกครอง หรือการเปลี่ยนกติกาการปกครอง หรือรัฐธรรมนูญ ย่อมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในทุกประเทศ ปกติรัฐธรรมนูญของแต่ละประเทศย่อมกำหนดวิธีการเปลี่ยนแปลงไว้ เช่น ให้มีการเลือกตั้งทั่วไปทุก 4 ปี หรือ 5 ปี หรือเลือกประธานาธิบดีทุก 4 ปี หรือ 6 ปี เพื่อให้โอกาสประชาชนตัดสินใจว่าจะให้บุคคลใดหรือกลุ่มพรรคการเมืองใดได้เป็นผู้ปกครอง และกำหนดวิธีการเปลี่ยนแปลงหลักการหรือสาระของรัฐธรรมนูญหรือแม้กระทั่งสร้างรัฐธรรมนูญใหม่แทนฉบับเดิมการเปลี่ยนแปลงตามกระบวนการดังกล่าวข้างต้นถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงโดยสันต วิธี และเป็นวิถีการที่ถูกต้องตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงอีกวิธีหนึ่ง ที่ถือว่าเป็นวิธีการรุนแรงและไม่ถูกต้องตามกฎหมาย นั่นก็คือการใช้กำลังเข้าข่มขู่ เช่น ใช้กองกำลังติดอาวุธเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลเดิมไล่คณะรัฐมนตรีออกไปและตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่ โดยกลุ่มของคนที่ยึดอำนาจเข้ามาแทนที่หรือยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับเดิมแล้วร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ วางกฎ และกติกาตามที่กลุ่มผู้มีอำนาจปรารถนาโดยปกติคณะหรือกลุ่มบุคคลที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงด้วยวิธีนี้จะต้องมีกองกำลังติดอาวุธเข้าปฏิบัติการ มิฉะนั้นแล้วก็ยากที่จะสำเร็จและถึงมีกำลังก็อาจไม่สำเร็จเสมอไปเพราะมีองค์ประกอบการสนับสนุนหรือต่อต้านจากประชาชนเข้ามาเป็นปัจจัยประกอบด้วย

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับประเทศที่ไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองก็คือว่าการเปลี่ยนรัฐบาลหรือผู้ปกครองประเทศมักไม่เป็นไปตามกติกาหรือระเบียบแบบแผนโดยสันติวิธี ตรงกันข้ามมักเกิดการแย่งชิงอำนาจด้วยการใช้กำลังอยู่เนือง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไปในรูปของการจลาจลกบฏ ปฏิวัติหรือรัฐประหารความหมายของคำเหล่านี้เหมือนกันในแง่ที่ว่าเป็นการใช้กำลังอาวุธยึดอำนาจทางการเมืองแต่มีความหมายต่างกันในด้านผลของการใช้กำลังความรุนแรงนั้น

หากทำการไม่สำเร็จจะถูกเรียกว่า กบฏ จลาจล (rebellion) ถ้าการยึดอำนาจนั้นสัมฤทธิผล และเปลี่ยนเพียงรัฐบาลเรียกว่า รัฐประหาร (coupd etat) แต่ถ้ารัฐบาลใหม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงมูลฐานระบอบการปกครอง ก็นับว่าเป็น การปฏิวัติ

การปฏิวัติครั้งสำคัญๆ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป ได้แก่ การปฏิวัติใหญ่ของฝรั่งเศส ค.ศ.1789 การปฏิวัติในรัสเซีย ค.ศ.1917 การปฏิวัติของจีนในปี ค.ศ.1949 การปฏิวัติในคิวบา ค.ศ.1952 เป็นต้น

สำหรับในการเมืองไทย คำว่า ปฏิวัติ กับ รัฐประหาร มักใช้ปะปนกันแล้วแต่ผู้ยึดอำนาจได้นั้นจะเรียกตัวเองว่าอะไรเท่าที่ผ่านมามักนิยมใช้คำว่า ปฏิวัติ เพราะเป็นคำที่ดูขึงขังน่าเกรงขามเพื่อความสะดวกในการธำรงไว้ซึ่งอำนาจที่ได มานั้น

ทั้งที่โดยเนื้อแท้แล้ว นับแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติที่แท้จริงครั้งเดียวที่เกิดขึ้นในประเทศไทยการยึดอำนาจโดยวิธีการใช้กำลัง ครั้งต่อๆ มาในทางรัฐศาสตร์ ถือว่าเป็นเพียงการรัฐประหารเท่านั้น เพราะผู้ยึดอำนาจได้นั้นไม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงหลักการมูลฐานของระบอบการปกครองเลย

ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมทางการเมือง และมิให้สับสนกับการใช้ชื่อเรียกตัวเองของคณะที่ทำการยึดอำนาจทั้งหลายอาจสรุปความหมายแคบๆ โดยเฉพาะเจาะจงสำหรับคำว่าปฏิวัติ และรัฐประหารในบรรยากาศการเมืองไทยเป็นดังนี้คือ

“ปฏิวัติ” หมายถึง การยึดอำนาจโดยวิธีการที่ไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ยกเลิกรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ อาจมีหรือไม่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และรัฐบาลใหม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงมูลฐานระบอบการปกครอง เช่น เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบอบประชาธิปไตย หรือคอมมิวนิสต์ ฯลฯ

ส่วน “รัฐประหาร” หมายถึง การยึดอำนาจโดยวิธีการที่ไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ แต่ยังคงใช้รัฐธรรมนูญฉบับเก่าต่อไป หรือประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในระยะเวลาไม่นานนัก

ในประเทศไทยถือได้ว่ามีการปฏิวัติ เกิดขึ้นครั้งแรก และครั้งเดียวคือ การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 โดยคณะราษฎร จากระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย และ มีการกบฏเกิดขึ้น 12 ครั้ง และรัฐประหาร 8 ครั้ง ดังนี้

ปฏิวัติ 1 ครั้ง (4 มิถุนายน 2475 โดยคณะราษฎร)

กบฏ 12 ครั้ง

1. กบฏ ร.ศ.130

2.กบฏบวรเดช (11 ตุลาคม 2476)

3.กบฏนายสิบ (3 สิงหาคม 2478)

4.กบฏพระยาทรงสุรเดช หรือกบฏ 18 ศพ (29 มกราคม 2482)

5.กบฏเสนาธิการ (1 ตุลาคม 2491)

6.กบฏแบ่งแยกดินแดน (พ.ย.2491)

7.กบฏวังหลวง (26 กุมภาพันธ์ 2492)

8.กบฏแมนฮัตตัน (29 มิถุนายน 2494)

9.กบฏสันติภาพ (8 พฤศจิกายน 2497)

10.กบฏ 26 มีนาคม 2520

11.กบฏยังเติร์ก (1-3 เมษายน 2524)

12.กบฏทหารนอกราชการ (9 กันยายน 2528)

รัฐประหาร 8 ครั้ง

1. พ.อ.พระยาพหลฯ ทำการรัฐประหาร (20 มิ.ย.2476)

2.พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ และคณะนายทหารบก ทำการรัฐประหาร (8 พ.ย.2490)

3.จอมพล ป. พิบูลสงคราม ทำการรัฐประหาร (29 พ.ย.2494)

4.จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำการรัฐประหาร (16 กันยายน 2500)

5.จอมพลถนอม กิตติขจร ทำการรัฐประหาร (20 ตุลาคม 2501)

6.จอมพลถนอม กิตติขจร ทำการรัฐประหาร (17 พฤศจิกายน 2514)

7.พล.ร.อ สงัด ชลออยู่ ทำการรัฐประหาร (20 ตุลาคม 2520)

8.พล.อ. สุนทร คงสมพงษ์ ทำการรัฐประหาร (23 กุมภาพันธ์ 2534)

ที่มา : บอร์ดมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

19 Sep 06

บัวปริ่ม๐

ขอบคุณ คุณเช มากนะครับสำหรับอัฟเดทเพิ่มเติม

แหม ผมก็นึกว่านี่มันก็ใกล้จะเลือกตั้งแล้วนี่นา ทำไมรอไม่ได้ สงสัยเรื่องโผโยกย้าย กับความไม่แน่นอนของผลการเลือกตั้งมั้งครับ กอปกับการคุยกันตั้งแต่ครั้งงานรวมพลทหารม้าที่นครนายกด้วยมั้งครับ  อย่างไรไม่ทราบได้  ว่าแต่งานนี้รับรองว่าประเทศพี่เบิ้มอยู่ฝ่ายทักษิณแน่นอนครับ คราวนี้พี่ท่านพูดอะไรคิดว่าใครๆก็เริ่มคล้อยตามแบบที่ คุณเช ว่าไว้นะครับ

แต่ทำอย่างนี้บ้านเราจะเหลืออะไรล่ะครับ อย่างเลวๆนี่อาจจะครึ่งๆเหตุการณ์วิกฤตการเงินแน่ๆอ่ะครับ ถ้าหากมีการแทรกแซงขึ้นมาจากประเทศมหาอำนาจ อย่างเบาะๆก็ทุกคนคงเหนื่อยขึ้นอ่ะครับ สนามบินก็ยังไม่ได้เปิดนี่ครับ เห็นคุณทักษิณออก CNN กับรายการ Quest ก็โม้แบบว่าคนเมาอ่ะครับ ตอนนี้เอาแล้วไงคงสร่าง

เฮ้อ พูดแล้วก็เหนื่อย ไปอ่านข่าวต่อดีกว่าครับ

20 Sep 06

nrw girl

ง่ะ แอบเซ็ง พิมพ์แล้วหายหมดเลยยยยยยยยยยยย

เขียนใหม่ๆๆๆ

ไม่เห็นด้วยกับการที่ทหารออกมาแบบนี้เหมือนกันค่ะ

แต่ก็นั่งคิดนอนคิดมานานแล้วเหมือนกันว่า มันมีหนทางกี่แบบกันนะ

ในการจัดการทำให้ทักกี้ไปไกล ๆ จากการเมืองไทย???

แล้วก็แอบคิดต่อไปว่า...

ถ้่าทหารไม่ออกมาแบบนี้ ทักกี้ก็จะประกาศภาวะฉุกเฉินสำเร็จ

อำนาจอยู่ในมือ ผบ.สส.และรักษาการณ์ทั้งหลาย

ม็อบใหญ่วันนี้(ที่ต่อต้านนายกเข้าประเทศ)จะเป็นยังไง

จะเจออะไรบ้างหนอ

เฮ้อ แต่ก็นั่นหล่ะค่ะ คิดไปคิดมาทุกฝ่ายเลยที่ใช้อำนาจในการ

ปราบ(อำนาจ)ฝ่า่ยตรงข้าม

ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วมันจำเป็นรึเปล่าที่ต้องทำแบบนี้

ปอลอ ช่วงนี้ข่าวลือเีพียบ จะเชื่อข่าวไหน ต้องอ่านแล้วอ่านอีก แหะแหะ ใครเป็นแบบนี้บ้างคะ

20 Sep 06

DrRider

ตอนนี้ก็พยายามติดตามเหตุการณ์อยู่เหมือนกันครับ (ดูเหมือนคนใกล้ตัวผมจะสะใจที่เกิดรัฐประหารซะทีนะเนี่ย) Laughing

ผมคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีทางเดินของมันน่ะครับ จนแล้วจนรอดผมก็คิดว่ายังไงเหตุการณ์มันมาจนถึงขนาดนี้แล้ว ก็คงเกิดจนได้ซักวันแหละ อย่างที่เคยเสนอความคิดเห็นไปตั้งแต่ตอนเรื่องมาตรา 7 แล้ว จนกว่าจะหาทางให้คนไทยส่วนใหญ่เลิกชมชอบนโยบายประชานิยม(ที่จะทำลายตัวเอง) หรือว่ามีกินมีการศึกษาจนครบถ้วน และพอที่จะคอยควบคุมรัฐบาลให้อยู่ในศีลในธรรมได้ เหตุการณ์แบบนี้ก็จะต้องวนไปวนมาเรื่อยๆ แหละ

ที่สงสัยก็คราวนี้จะมีการแทรกแซงจากประเทศที่เป็นพันธมิตรกับทักกี้หรือเปล่าก็เท่านั้น

ขอสันติสุขจงเกิดแก่ประเทศไทยครับ

20 Sep 06

bow_der_kleine

ต้องขออภัยคุณบัวปริ่ม และคุณ nrwgirl ด้วยครับ ที่ความคิดเห็นโดนปัดเข้า spam ไป พอดีผมใช้ระบบกัน spam แบบกำหนดเวลาน่ะครับ ตอนนี้เพิ่มเวลาให้แล้วครับ แต่ เพื่อความแน่นอน กรุณากด refresh ก่อนเขียน comment (มีเวลาเขียน comment 30 นาที) 

หากแสดงความคิดเห็นไม่ได้ไม่เป็นไรครับ แจ้งไว้ได้ ผมจะไปเก็บจาก spamfilter มาให้แปะครับ

20 Sep 06

BioLawCom

คำถามเพิ่มเติมครับ

ถ้าเรา เคยต่อต้านรัฐบาลทักษิณ ในเรื่องที่ เขาไม่ยึดหรือถึงขั้นทำลายหลักการประชาธิปไตย ต่อต้านการกระทำหลาย ๆ ครั้ง ที่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา (ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้, สงครามยาเสพติด ฯลฯ)

เหตุใดเรา (คนไทยจำนวนหนึ่ง) จึงนิยมยินดี กับการ รัฐประหาร ที่อาศัยการยึดอำนาจจากปลายปืน ที่นอกจากไม่ยึดหลัก แล้ว ก็ยังทำลายประชาธิปไตยเหมือนกัน ?

อ้างหลักการ แต่ไม่ ยึดหลักการ มันจะใช้ได้หรือครับ ?

แถลงการณ์พรรคแนวร่วมภาคประชาชน : ประณามวิเผด็จการแบบเดิม ๆ

พรรคแนวร่วมภาคประชาชน ออกแถลงการณ์เรื่อง “ร่วมใจต่อต้านเผด็จการ” มีเนื้อความดังนี้

ทุกครั้งที่มีการก่อรัฐประหารในประเทศไทย ฝ่ายเผด็จการจะอ้างว่า “ปฏิรูปการเมือง” อ้างว่า ทำเพื่อประชาธิปไตย อ้างว่าจะคืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็ว และอ้างว่าบ้านเมืองไม่สงบ หรือรัฐบาลขาดความชอบธรรม จึงต้องยึดอำนาจ แต่แท้จริงแล้วการก่อรัฐประหารล้วนแต่เป็นการใช้อำนาจในทางที่มิชอบธรรม ขัดกับหลักพื้นฐานของประชาธิปไตย ขัดกับรัฐธรรมนูญ การยึดอำนาจของทหารเป็นการลิดรอนเสรีภาพ และอธิปไตยสูงสุดของประชาชน และที่สำคัญคือ เผด็จการทหารทุกครั้งในอดีตกระทำไปเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชนชั้นอภิสิทธิ์ ไม่เคยทำไปเพื่อประโยชน์ของกรรมาชีพ เกษตรกร หรือคนจนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของสังคมไทย เห็นได้จากการที่ทุกครั้งที่มีการยึดอำนาจมีการยกเลิกสิทธิเสรีภาพของสหภาพแรงงาน สิทธิในการแสดงความเห็น และชุมนุมประท้วง หรือสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร

กระแสหลักของภาคประชาชนที่ผลักดันการปฏิรูปการเมืองหลังพฤษภาทมิฬมองว่าเผด็จการไม่ควรจะครองเมือง ไม่ควรจะมีการควบคุมสื่อ ไม่ควรจะใช้อำนาจโดยไม่มีการตรวจสอบจากประชาชนแต่ในการก่อรัฐประหารครั้งนี้มีการปิดสื่อทุกชนิดและประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศ พร้อมกันนั้นมีการอ้างว่าต้องยึดอำนาจเพื่อ ”ปกป้องประชาธิปไตยและองค์กรอิสระต่างๆ”

พรรคแนวร่วมภาคประชาชนมีจุดยืนชัดเจนที่คัดค้านรัฐบาลทักษิณในหลายเรื่อง เช่นการใช้ความรุนแรงในภาคใต้ การฆ่าวิสามัญในสงครามยาเสพติด การเซ็นสัญญา F.T.A. และการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ฯลฯ แต่อย่างน้อยรัฐบาลไทยรักไทยมาจากการเลือกตั้งของเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ถ้าจะเปลี่ยนรัฐบาลต้องมีการชักชวนให้คนส่วนใหญ่ที่เคยเลือกไทยรักไทยหันมาสนับสนุนทางเลือกอื่น ไม่ใช่ไปกระทืบเสียงประชาชนด้วยการทำรัฐประหารโดยทหาร

ที่แล้วมาในขบวนการไล่ทักษิณหลายส่วนโน้มเอียงไปขอให้อำนาจเผด็จการก้าวเข้ามาแก้ปัญหา เพราะมีการมองว่าประชาชนคนจน 16 ล้านคนที่ลงคะแนนเสียงให้ไทยรักไทยขาดการศึกษา และข้อมูล บัดนี้เราเห็นผลของจุดยืนปฏิกิริยาอันนี้แล้วมันยังไม่สายเกินไปที่เพื่อนๆมิตรสหายในภาคประชาชนจะเปลี่ยนความคิดและหันมาปกป้องประชาธิปไตย

เราขอประณามการใช้มาตรการเผด็จการ และการออกกฎอัยการศึกในครั้งนี้ และเรียกร้องให้ภาคประชาชนทุกฝ่ายที่รักประชาธิปไตย และความเป็นธรรมในสังคมออกมากู้ประชาธิปไตยคืนมา เพื่อเดินหน้าในการปฏิรูปสังคมสำหรับคนส่วนใหญ่ที่เป็นกรรมาชีพและเกษตรกร

พรรคแนวร่วมภาคประชาชน

ที่มา : บล็อกประชาไท

20 Sep 06

เชกูวารา

มาอีกแล้วครับ "ผู้หลักผู้ใหญ่" ในบ้านเมือง ที่หรี่ตาขวามั่ง ซ้านมั่ง ให้กับ "หลักการ"

ขนาดคนที่ขึ้นชื่อ หรืออย่างน้อยได้รับการยอมรับ และยกย่องจากสื่อว่าเป็น ปัญญาชน ยังคิดกันแบบนี้ ....เราจะแปลกใจไปทำไมกันเล่า ถ้าประชาชนตาดำ ๆ จะเห็นดีเห็นงามกับปฏิบัติการ "อำนาจ ล้มอำนาจ"

.....เฮ้อ เซ็ง เซ้ง เซ็ง อ้อ...และโปรดสังเกตว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ อีกหลาย ๆ คน ยังเงียบอยู่...แต่อ้าปากเมื่อไหร่ ก็ เรามาเชื่อขนมยายกินกันดีกว่าครับว่า...ไม่เห็นดีเห็นงามด้วย  ก็ ต้องพูดกลาง ๆ เข้าไว้ แต่...ห้ามถามหาหลัก หาการ อะไรจากพวกเขานะครับ...ผิดหวังเปล่า ๆ !

'เสน่ห์'ชี้รัฐประหารทางออกการเมืองที่เหลืออยู่

20 กันยายน 2549 14:30 น.

ป ระธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ระบุรัฐประหารเป็นทางออกที่เหลืออยู่ระบุ"อย่ามองว่าถอยหลัง เพราะถอยหลังมาจนถึงจุดแล้วและรัฐธรรมนูญถูกต้อนเข้ามุม" ระบุคณะปฏิรูปฯ ไม่ได้ต้องการทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตย กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ :

นายเสน่ห์ กล่าวอีกว่าเหตุการณ์รัฐประหารเป็นทางออกที่เหลืออยู่ ความจริงเรื่องนี้ถูกพูดกันมานานแล้ว เพียงแต่สถานการณ์ถูกเร่งให้เกิดเร็วขึ้น และคณะผู้กระทำการก็คงตระหนักว่าสิ่งที่ทำเป็นอย่างไร เพราะจากคำแถลงการณ์ที่ออกมาเมื่อคืนนี้ ก็แสดงให้เห็นว่าไม่ได้ต้องการทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ถอยหลังไปหรือไม่ นายเสน่ห์กล่าวว่า “อย่างมองว่ามันถอยหลัง เพราะเราถอยหลังมาจนถึงจุดแล้ว และรัฐธรรมนูญถูกต้อนเข้ามุม ดังนั้นส่วนตัวผมมองว่ามันไม่ใช่เรื่องเดินหน้าหรือถอยหลังแต่เป็นเรื่องของ การแก้สถานการณ์ และหลังจากนี้ก็ขึ้นกับประชาชนและสื่อมวลชนว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

นายเสน่ห์กล่าวถึงการคืนอำนาจให้ประชาชนว่าอย่ามองการคืนอำนาจแค่การเลือกตั้งหรือการแก้รัฐธรรมนูญใหม่เท่านั้น แต่เราต้องคืนอำนาจให้ท้องถิ่นให้รากหญ้าโดยกระจายอำนาจออกไป เพราะที่ผ่านมาไม่มีการกระทำอย่างนี้กระบวนการตรวจสอบจึงไม่เกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ

อย่างไรก็ตามในสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ยังมีผู้ที่ทำงานอยู่ตามปกติแม้วันนี้จะประกาศเป็นวันหยุด และมีการพูดคุยถึงสถานะของสำนักงานว่าจะยังคงอยู่หรือไม่

นายเสน่ห์ จามริก ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คณะกรรมการสิทธิต้องพ้นจากสภาพ เพราะรัฐธรรมนูญถูกยกเลิกทำให้กรรมการสิทธิซึ่งถือเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญต้องพ้นสภาพไปโดยปริยายส่วนเรื่องการจัดตั้งกรรมการสิทธิขึ้นมาใหม่หรือไม่นั้นก็เป็นเรื่องของการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ว่าเขายังอยากให้มีหรือไม่

20 Sep 06

เชกูวารา

ใครอย่าว่าผมนะครับ ถ้าหากผมจะค่อย ๆ เริ่มรู้สึกตะหงิด ๆ แล้วว่า

บางที.........ประเทศไทย .....คนไทย.....อาจไม่เหมาะกับ "ประชาธิปไตย" ก็ได้

แต่ปัญหาว่า ระบอบไหนเล่า ที่เหมาะ ?

จนปัญญา และ คงต้องใช้เวลา กว่าจะได้คำตอบ !

image

'โพลล์'ชี้ประชาชนเห็นด้วยกรณีรัฐประหาร 83.98%

สวนดุสิตโพลล์ ระบุผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจำนวน 2,019 คน กรณี:รัฐประหารเห็นด้วยถึง 83.98% เพราะความวุ่นวายต่างๆ จะได้ยุติลงลดความตึงเครียดทางการเมือง และจะได้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ :

จากเหตุการณ์การรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน 2549 โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข มีกระแสการวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนอย่างกว้างขวาง “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จึงได้สอบถามความคิดเห็นของประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 2,019 คน (คนกรุงเทพฯ 875 คน 43.34% คนต่างจังหวัด 1,144 คน 56.66 %) โดยสำรวจในวันที่ 20 กันยายน 2549 สรุปผลได้ดังนี้

1. ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่? กับการรัฐประหารในครั้งนี้

อันดับที่ 1เห็นด้วย

กทม. 86.36% ตจว. 83.98% ภาพรวม 81.60%

เพราะ ความวุ่นวายต่างๆ จะได้ยุติลง, ลดความตึงเครียดทางการเมือง, จะได้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง, เหตุการณ์ทางการเมืองจะได้ดีขึ้น ฯลฯ

อันดับที่ 2 ไม่เห็นด้วย 18.40% 13.64% 16.02%

เพราะ ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศแย่ลง, ความเชื่อมั่นลดลง, ทำให้การเลือกตั้งล่าช้าไปอีก, มีผลกระทบกับเศรษฐกิจของไทย ฯลฯ

2. ประชาชนคิดว่าการรัฐประหารครั้งนี้จะทำให้การเมืองไทยเป็นอย่างไร?

อันดับที่ 1 การเมืองดีขึ้น

กทม. 72.80% ตจว. 77.27% ภาพรวม 75.04%

เพราะ เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่, ระบบการทำงานของการเมืองจะได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น, ต่างคนต่างทำหน้าที่ไม่มีการเมืองมาครอบงำ ฯลฯ

อันดับที่ 2 การเมืองไทยเหมือนเดิม 20.00% 20.45% 20.22%

เพราะ นักการเมืองเก่าๆยังมีอยู่, ยังคงมีการเล่นพรรคเล่นพวก, หาผลประโยชน์เข้าตัว ฯลฯ

อันดับที่ 3 การเมืองไทยแย่ลง 7.20% 2.28% 4.74%

เพราะ เป็นการถอยหลังเข้าคลอง, มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นในการลงทุน ฯลฯ

20 Sep 06

พี่แปง

คนไทยอาจจะเข้ากับระบบผ่าน ๆ ไปก่อน ดูเหมือนดีวันนี้ แย่วันหน้าค่อยแก้ ๆ กันไป

ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าไม่รู้สึกอะไรกับบ้างเลยเหรอ ที่ยอมให้เค้าฉีกรัฐธรรมนูญต่อหน้าต่อตา

แล้วก็เขียนใหม่ พออีกสิบปีเห็นว่าไม่ดีก็ฉีกใหม่ แล้วก็เขียนใหม่ ไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่

เคยเป็นนายกแล้วมีการปฏิวัติตั้งหลายครั้งก็เห็นดีเห็นงานกับเขาด้วย

ผมขออยู่กลุ่มที่สามแล้วกันครับ

ยังไม่ทันไรก็อุ้มนายทวี ไปเรียบร้อย นี่จะต้องอุ้มนักศึกษาธรรมศาสตร์ที่ติดป้ายประท้วง

ด้วยหรือเปล่า

สุดท้ายขอฝาก

" We lost a lot of people's life for democracy. Whether it's good or not, why we have to do it the same way? Monkeys are smart enough to learn old fault, why we never learn?"

จาก project-ile.net

ซึ่งแต่งดำไปแล้ว

20 Sep 06

DrRider

คุณเชไม่ได้เห็นคนเดียวหรอกครับ ผมรู้สึกอย่างนี้มานานแล้ว อย่างที่เคยบอกไปก็คือถ้าคนไม่พร้อมซักที ไม่เคยจำซักทีใช้รัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยไม่เป็น และมีอะไรไปกวนให้เกิดความไม่สมดุลขึ้น สุดท้ายทางออกที่เหลือมันก็จะกลับมาอีหรอบเดิม ไม่เชื่อ เดี๋ยวหลังจากได้รัฐบาลใหม่ ถ้ามีอะไรเละ ขึ้นมาอีก เดี๋ยวก็รัฐประหารใหม่ครับ

ในทางตรงข้าม หากประชาชนส่วนใหญ่มีความสำเหนียกถึงสิทธิ หน้าที่ และรู้ว่าอะไรควรหรือไม่ (เช่นไม่ขายเสียง ไปเลือกตั้ง เลือกนโยบาย มีความรู้ในนโยบาย ฯลฯ) มีสื่ออิสระที่มีจรรยาบรรณ ช่วยกันจับผิด ควบคุมรัฐบาลให้อยู่ในกรอบ ผมเชื่อว่ายังไง้ ยังไงรัฐประหารก็ไม่เกิด (ที่ผมคิดมันอุดมคติเกินไปมั้ย)

แต่อย่างน้อย คราวนี้ยังดีที่ยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงและเสียเลือกเนื้อแต่อย่างใด

20 Sep 06

ความคิดเห็น (click here to comment)

Search

Navigation

ความเคลื่อนไหว

รวมลิงก์น่าสนใจ

Login

name password

ลืมรหัสผ่าน