BioLawCom.De » Blog » เหตุบ้าน และ การเมือง » มันมาอีกแล้ววววว 9/19 !!

มันมาอีกแล้ววววว 9/19 !!

imageกลัวตกเทรนด์ครับ เลยรีบมาอัพไว้ก่อน

ทหารยึดอำนาจรัฐบาลทักษิณ ,

แถลงการณ์ คณะปฎิรูปฯ

สุดท้าย ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ก็มาได้แค่นี้ จริง ๆ

สุดท้าย ใครสักคนที่ได้รับพระราชทาน ก็จะมา จริง ๆ

คำถาม

- ประชาชนได้เรียนรู้อะไรบ้างหรือ จากเหตุการณ์ความวุ่นวายที่ผ่านมา ?

(นอกจาก มีปัญหาการเมืองเมื่อไหร่ ก็ต้องให้ใคร หรือ กลุ่มใคร จัดการให้)

- ประชาชนได้อะไรจากการรัฐประหารครั้งนี้บ้าง ?

(นอกจาก กองทัพกลับมา ประชาธิปไตยเข้าสู่ยุคมืด ทหาร หรือใครสักคนมาเป็นนายก (พระราชทาน))

- ตัวทักษิณ ต้องไป (จริง ๆ ก็จะไปอยู่แล้ว) แต่ ระบอบทักษิณ จะหายไปจากเมืองไทยได้หรือเปล่า ? (โปรดเลิกสับสนกันเสียทีเถิด ระหว่าง คำว่า ล้มทักษิณ กับ ล้มระบอบทักษิณ !)

- ระบอบประชาธิปไตย แลกกับ คนไม่เอาไหน และไร้ความสามารถทางการเมืองไปแล้ว ที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร มันคุ้มกันใช่ไหม ?

- จำเป็น และถูกต้องหรือ ที่จู่ ๆ รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 2540 ที่ถือเป็นประชาธิปไตยที่สุดเท่าที่เคยมีมา ก็ถูกฉีกทั้งฉบับ (ดูในแถลงการณ์ฉบับที่ 3)

ประเทศไทย แก้ปัญหากันง่าย ๆ แบบนี้เอง ? ...

เหตุบ้าน และ การเมือง เหตุบ้าน และ การเมือง

BioLawCom BioLawCom

ด่วน! ทหารยึดอำนาจรัฐบาลทักษิณ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่สุดการเมืองไทยก็มาถึงจุดของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ อีกครั้ง เมื่อกองทัพซึ่งคาดหมายว่านำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก กระทำการยึดอำนาจรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อค่ำวันที่ 19 กันยายนทั้งนี้ การยึดอำนาจเริ่มขึ้น เมื่อมีรถบัส 30 คัน บรรทุกทหารหน่วยรบพิเศษ พร้อมอาวุธครบมือ เข้ามายังกองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนินนอกจากนั้นมีรถถังนับสิบคันเข้าตรึงสถานที่สำคัญของกรุงเทพมหานครขณะที่สถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 5 ตัดรายการปกติ เข้าสู่รายงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขณะที่สถานีโทรทัศน์ช่องอื่น ๆ คาดว่าคณะผู้ก่อการพยายามเข้าไปยึดไม่ให้รัฐบาลใช้เป็นกระบอกเสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ฝ่ายทหารรุกคืบยึดอำนาจ ปรากฏความเคลื่อนไหวในฟากรัฐบาล โดย พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อม พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เข้าหารือเป็นการด่วนที่สวนรื่นฤดี

"ทักษิณ" ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินสู้

ขณะที่ภายในทำเนียบรัฐบาลได้มีการสั่งการให้ตำรวจสันติบาลและตำรวจรักษาความปลอดภัยในทำเนียบรัฐบาลกระจายกำลังรักษาความปลอดภัยรอบทำเนียบรัฐบาลอย่างเข้มงวด

กระทั่งเวลา 21.30 น. นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรีเดินทางเข้ามายังทำเนียบ โดยได้เลี่ยงขึ้นทางด้านหลังตึกไทยคู่ฟ้าโดยเมื่อลงจากรถมีสีหน้าเคร่งเครียดไม่สนใจที่จะตอบคำถามผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด

จากนั้นตำรวจรักษาความปลอดภัยภายในทำเนียบสั่งให้สื่อมวลชนทุกแขนงออกจากบริเวณตึกไทยคู่ฟ้า กระทั่งเวลา 21.40 น. พล.ต.อ.ชิดชัยเดินทางตามมาสมทบที่ทำเนียบโดยได้นำรถมาจอดบริเวณประตูด้านหลังตึกไทยคู่ฟ้า แต่ไม่ได้ลงจากรถยนต์หลังจากเพียง 5 นาที นพ.พรหมินทร์เดินลงมาจากตึกไทยคู่ฟ้าพร้อมให้คนติดตามนำเอกสารเป็นกระเป๋าใบใหญ่ และขึ้นรถของ พล.อ.ชิดชัยออกจากทำเนียบรัฐบาล โดยให้รถของ นพ.พรหมินทร์ขับตามออกไป

ทั้งนี้ มีกระแส พ.ต.ท.ทักษิณ จะออกอากาศสดผ่านสถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 อสมทเพื่อประกาศจุดยืนทางการเมือง จนกระทั่งเมื่อเวลา 22.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ต่างประเทศ ส่งสัญญาณเสียงเข้ามาทางช่อง 9 เพื่อประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดและตะกุกตะกักในบางจังหวะ โดยในคำประกาศ ได้มีคำสั่งปลด พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกเข้าประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเข้ารายงานตัวกับพล.ต.อ.ชิดชัย นอกจากนี้ยังมีคำสั่งมอบอำนาจผู้กำกับงานตามสถานการณ์ฉุกเฉิน ให้ผบ.สส.เป็นหัวหน้าคณะ อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่ทันอ่านแถลงการณ์จบ ก็ถูกตัดสัญญาณทางโทรทัศน์ทันที

โดนสั่งตัดสัญญาณทิ้งทันที"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องหลังการตัดสัญญาณออกอากาศของ พ.ต.ท.ทักษิณทิ้งนั้น ได้มีทหารพร้อมอาวุธบุกเข้าไปช่อง 9 พร้อมตะโกนสั่งให้หยุดพูดเดี๋ยวนี้ ทางเจ้าหน้าที่ช่อง 9 จึงตัดสัญญาณทันที ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวระบุว่า รัฐมนตรีหลายคนถูกควบคุมตัว ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวว่าทหารได้แบ่งเป็น 2 ฝ่าย ตรึงกำลังเผชิญหน้ากันอยู่

คณะปฏิรูปประกาศยึดอำนาจแล้ว

ต่อมาเวลา 23.00 น. สถานีโทรทัศน์ทุกช่องประกาศว่า เนื่องด้วยขณะนี้ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขซึ่งประกอบด้วย ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เข้าควบคุมสถานการณ์ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลไว้ได้แล้ว และไม่ได้มีการขัดขวาง เพื่อเป็นการรักษาควาสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง จึงขอความร่วมมือประชาชนในการให้ความร่วมมือ และขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วย

สำหรับท่าทีต่างประเทศนั้น รายงานข่าวจากทำเนียบขาว สหรัฐระบุว่า ได้รับทราบข่าวด่วนเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในไทยและกำลังหาข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณยังคงเก็บตัวอยู่ที่โรงแรมเกรนด์ไฮแอท นิวยอร์ก ซึ่งเป็นที่พักในเกาะแมนฮัตตัน อยู่ห่างจากสำนักงานใหญ่ของสหประชาชาติไม่มากนัก

ที่มา : มติชน

แถลงการณ์ฉบับที่ 1 จากคณะปฏิรูปการปกครอง

image

ภาพประกอบจาก : 19sep.blogspot.com

เมื่อเวลาประมาณ 24.00 น. ม ีแถลงการณ์ฉบับที่ 1 จากคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งประกอบด้วย ผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีข้อความ ดังนี้

โดยปรากฏเป็นที่ชัดเจนว่า การบริหารราชากรแผ่นดินโดยรัฐบาลรักษาการทำให้เกิดความขัดแย้ง แบ่งฝ่าย สลายความรู้รักสามัคคีอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทย ต่างฝ่ายต่างมุ่งหวังเอาชนะด้วยวิธีการหลากหลายรูปแบบ และมีแนวโน้มนับวันจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น

โดยประชาชนส่วนใหญ่เคลือบแคลงสงสัยการบริหารราชการแผ่นดินอันส่อไปในทางทุจริ ต ประพฤติมิชอบอย่างกว้างขวาง หน่วยงาน องค์กรอิสระถูกครอบงำทางการเมืองไม่สามารถสนองตอบต่อเจตนารมณ์ตามที่บัญญัติ ไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทำให้การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเกิดปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนหมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแห่งองค์พระมหากษัตริย์อยู่บ่อยค รั้ง แม้หลายภาคส่วนของสังคมจะพยายามประนีประนอม คลี่คลายสถานการณ์หลายครั้ง แต่ก็ยังยัง็ยังไม่สามารถทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งให้ยุติลงได้

คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข จึงมีความจำเป็นต้องยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยคณะปฏิรูปฯ ขอยืนยันว่าไม่มีเจตนาเข้ามาเป็นผู้บริหารราชการแผ่นดินเสียเอง แต่ต้องการคืนอำนาจการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข กลับคืนสู่ปวงชนชาวไทยโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ เพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งความสงบสุขและความมั่นคงของชาติ รวมทั้งเทิดทูนไว้เพื่อสถาบันพระกษัตริย์อันที่เป็นเคารพยิ่งของปวงชนชาวไทย

ประกาศ ณ วันที่ 19 กันยายน เวลา 23.50 น.

พล.อ.สนธิ บุญยรัตนกลิน

คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

ประกาศคณะปฏิรูป ฉบับที่ 2 เรื่องห้ามการเคลื่อนย้ายกำลังทหารเคลื่อนย้ายกำลัง

ให้ทหารทุกนายไปรายงานตัว ณ ต้นสังกัด และห้ามเคลื่อนย้ายกำลังออกจากที่มั่นปกติโดยเด็ดขาด ถ้าไม่ได้รับคำสั่งจากคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัต ริย์ทรงเป็นประมุข

ประกาศ ณ วันที่ 19 กันยายน 2549

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน

หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุ

ประกาศ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 3

ตามที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุ ขได้ทำการยึดอำนาจปกครองประเทศไว้เรียบร้อยแล้วนั้น เพื่อความสงบเรียบร้อยในการปกครองประเทศ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขจึงใ ห้

1.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 สิ้นสุดลง

2.วุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรี และศาลรัฐธรรมนูญ สิ้นสุดลง พร้อมกับรัฐธรรมนูญ

3.องคมนตรีคงดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

4.ศาลทั้งหลายนอกจากศาลรัฐธรรมนูญ คงมีอำนาจในการพิจารณาพิพากษา อรรถคดีตามบทกฎหมายและตามประกาศปฏิรูปการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย

ประกาศ ณ วันที่ 19 กันยายน 2549

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน

หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ประกาศ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ฉบับที่ 4

เรื่อง อำนาจบริหารราชการแผ่นดิน

คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ฉบับที่ 4

เรื่อง อำนาจบริหารราชการแผ่นดิน

โดยที่ได้มีกฎหมายบางฉบับได้บัญญัติถึงอำนาจของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ในอันที่จะปฏิบัติตามกฎหมายได้ และเพื่อประโยชน์แก่การปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระ ประมุข จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

1. ในระหว่างที่ยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ให้บรรดาอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายได้บัญญัติว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตร ีหรือคณะรัฐมนตรี ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมห ากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข หรือผู้ซึ่งหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย ์ทรงเป็นพระประมุขมอบหมาย

2. ในระหว่างไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีให้บรรดาอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติ ว ่าเป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีกระทรวงใดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของปลัดกระทรวงน ั้น เว้นแต่หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรง เป็นพระประมุข จะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ประกาศ ณ วันที่ 19 กันยายน 2549

พล.อ.สนธิ บุญยรัตนกลิน

หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

 

image

ปล. สำหรับแถลงการณ์ฉบับอื่น ๆ ที่ออกตาม ๆ กันมา ณ เวลานี้ (บ่ายโมงกว่า ๆ ตามเวลาในประเทศไทย) ติดตามได้ที่ บล็อกประชาไท กรุงเทพธุรกิจ หรือ บอร์ดมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ครับ เพราะยังไม่ล่ม

........และหลังจากติดตามอ่านความคิดเห็นตามหน้าเว็บข่าว และบอร์ดอื่น ๆ พบเรื่องที่ไม่น่าต้องแปลกใจว่า คนไทยจำนวนไม่น้อย เห็นด้วยกับการกลับมาของทหารในครั้งนี้ ? เลยขอตั้งคำถามปิดท้ายครับ........

คำถามส่งท้าย

ถ้าเรา เคยไม่ชอบ รัฐบาลทักษิณ เพราะ เขาไม่เคยฟัง สนใจ และให้ความสำคัญกับเสียงประชาชนอย่างแท้จริง

เหตุใดเรา (คนไทยจำนวนหนึ่ง) จึงนิยมยินดี กับ การรัฐประหาร ที่กระทืบเสียงของประชาชน ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ?

ถ้าเรา เคยต่อต้าน รัฐบาลทักษิณ ในเรื่องที่ เขาไม่ยึด หรือถึงขั้นทำลายหลักการประชาธิปไตย ต่อต้านการกระทำหลาย ๆ ครั้ง ที่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา (ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้, สงครามยาเสพติด ฯลฯ)

เหตุใดเรา (คนไทยจำนวนหนึ่ง) จึงนิยมยินดี กับการ รัฐประหาร ที่อาศัยการยึดอำนาจจากปลายปืน ที่นอกจากไม่ยึดหลัก แล้ว ก็ยังทำลายประชาธิปไตย แบบย่อยยับ เหมือนกัน ?

อ้างหลักการ แต่ไม่ ยึดหลักการ มันจะใช้ได้หรือครับ ?

19 Sep 06 | by | tags เหตุบ้าน และ การเมือง

read 5777

<<ช่องข่าวเยอรมันโดนติง ไม่เสนอข่าวประเทศไทย || รัฐบาลพลัดถิ่น..ฝันซะไกล..แต่คงไปไม่ถึง>>

bow_der_kleine

สำหรับเหตุการณ์วานนี้ ผมคิดว่าคนไทยน่าจะ อุเบกขา ดีที่สุดครับ

ไม่ควรสนับสนุน เพราะ การรัฐประหารไม่ใช่หนทางแห่งประชาธิปไตย

ไม่ควรต่อต้าน เพราะ จะทำให้เกิดการเสียเลือดเนื้อ

แต่คนส่วนใหญ่กับยิ้มร่า หัวเราะรื่นกับเหตุการณ์ดังกล่าว มีการมอบดอกไม้ให้ทหาร แสดงให้เห็นว่า อย่างน้อยก็คนใน กทม. แหละ ที่สอบตกวิชาที่ว่าด้วยความรู้ความเข้าใจในประชาธิปไตย

ผมเห็นว่าในช่วงที่ยังมีทหารเดินอยู่เต็มท้องถนน (ได้ยินคำสัญญามาว่าสองสัปดาห์) คนไทยไม่ควรชุมนุมเรียกร้องใด ๆ เพื่อเป็นการประหยัดเลือดเนื้อ แต่ควรสร้างกระแสทำความเข้าใจประชาธิปไตย และสร้างกระแสให้หนักขึ้น หลังจากถนนไม่มีสีเขียวแล้ว

20 Sep 06

เชกูวารา

(อิ อิ)  เข้าไปดูภาพข่าวจากเว็บต่าง ๆ (ที่ตอนนี้เริ่มเปิดใช้ได้ตามปกติแล้ว) ภาพที่มี "ผู้ใหญ่" ถ่ายรูปกับ "รถถัง" ด้วยสีหน้าแห่งความดีใจ ชื่นมื่น คงเพราะมีคนมาแก้ปัญหาให้แล้ว.... บรรยากาศเลยดูเหมือน ๆ "งานวันเด็ก" ยังไงยังงั้น  ....อุ๊บ หรือว่ามันก็วัน "เด็ก" จริง ๆ ? (ฮา) Sealed

จริง ๆ ผมเห็นด้วยกับคุณโบว์นะครับ คือ เมื่อเราย้อนเวลากลับไปไม่ได้แล้ว  ก็จงอยู่กับปัจจุบัน แล้วก็เฝ้าระวังอนาคต (อันใกล้) คงจะเหมาะที่สุด

ปล. ผมนับจำนวนผู้เข้ามาเม้นท์แล้ว เกิน 5 คนแฮะ.....แม้ผมจะเป็นนักกฎหมายก็ตาม แต่ไม่แน่ใจว่า "ห้ามมั่วสุมประชุมทางการเมือง ณ ที่ใด ๆ ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป..."  ทางคณะ ฯ ผู้รับผิดชอบประเทศไทย เขาจะเหมาเอา ที่ทางในโลกไซเบอร์ด้วยหรือเปล่า (ฮา) ....

ล้อเล่นครับ...คงตีความมาไม่ถึงหรอก  มีอะไรมาเม้นท์กันอีกนะครับ Embarassed

20 Sep 06

guest

การรัฐประหาร เป็นการกระทำที่ถูกใจต่อคนใจร้อน ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงเร็ว  แต่จะเร็วหรือไม่ก็ยังไม่แน่ใจเพราะผ่านมา 1 ปีแล้ว ที่มีคนประท้วงและต่อต้านทักษิณ แต่บุคคลผู้นี้ก็ยังยืนยันที่จะอยู่ต่อไป ทางแก้ของคนที่ไม่ต้องการเห็นการรัฐประหารคืออะไร จะรอให้มีการนองเลือดก่อนใช่หรือไม่ ถึงจะพอใจ หากไม่มีการรัฐประหาร จะมีการชุมนุมใหญ่ของคนที่ต่อต้านทักษิณในวันที่ 20 กย.49  ในวันดังกล่าวก็มีข่าวอีกฝั่งว่ามีการจ่ายเงินจ้างคนฝั่งคลองเตยเพื่อมาดำเนินการยับยั้งคนต่อต้าน การตัดสินใจรัฐประหารจึงทำให้มีการสูญเสียน้อยที่สุด ประเทศไทยถอยหลังเข้าคลอง แต่จะว่าไปหากไม่สามารถแก้ไขการซื้อเสียง คนส่วนใหญ่ของประเทศยังเข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสารที่แท้จริง วัฎจักรในเมืองไทยก็ยังคงต้องเป็นแบบนี้ต่อไป ยอมรับซะเถอะ

   อีกอย่างอาจจะเป็นการมองในแง่บวกต่อฝ่ายรัฐประหาร แต่ก็ขอมองในอีกมุม รัฐประหารชุดนี้ไม่ได้มีแนวคิดที่จะเข้ามาครอบครองอำนาจเหมือนที่ผ่านมา การดำเนินการเกิดขึ้นในแบบสถานการณ์บังคับ ไม่มีการเตรียมการใด ๆ ทั้งสิ้น การแถลงการณ์จึงเป็นแบบกระท่อนกระแท่น  ที่สำคัญผลการรัฐประหาร ไม่เคยมีมาก่อนที่คนในประเทศไปให้ดอกไม้ ขนม อาหาร น้ำแก่ทหาร เด็ก ๆ เข้าไปนั่งเล่นในรถถัง ไปถ่ายรูป การจะมองอะไรต้องมองยาว อย่ามองแค่ระบบ และความเข้าใจที่ว่าการรัฐประหารเป็นสิ่งที่ผิดทั้งหมด แต่ต้องมองความเป็นมา และที่มาของการกระทำว่ามีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้บ้าง อีกข้อ ผลสำรวจโพล ประชาชนในประเทศไทย เห็นด้วยต่อการรัฐประหาร ร้อยละ 83

21 Sep 06

ต่างมุมมอง

ยอมรับซะเถอะ ตราบใดที่เมืองไทยยังมีการซื้อเสียง คนยังไม่ถึงข้อมูลข่าวสาร วัฎจักรของเมืองไทยก็ต้องเป็นอย่างที่เห็น อย่ามาเที่ยวโทษคนทำรัฐประหารเลย โทษทุกคนดีกว่าที่ไม่สามารถทำให้ประเทศไทยพัฒนาขึ้นมาได้

21 Sep 06

เชกูวารา

เรียนคุณ Guest และคุณ ต่างมุมมอง

ยินดีครับที่เว็บได้ต้อนรับคนคิดเห็นต่าง เข้ามาแลกเปลี่ยนกัน...สำหรับ เรื่องที่จะโต้แย้ง ในนี้ ผมไม่มีแล้ว เพราะผมเขียนไปหมดแล้วที่บล็อกนี้ครับ

เอารัฐประหารคืนไป เอาประชาธิปไตย คืนมา

ถ้าสนใจ อยากคุยกันต่อ เรียนเชิญ และมีเมนูนำเสนอว่า อ่าน คำถาม และ คำตอบ ของคุณหมอมด ตอนท้าย ด้วย จะยิ่งเพิ่มรสชาติได้ดี

ถ้าอ่านแล้ว มีข้อแย้งอีก ขอเรียนเชิญให้นั่งลงถกเถียงกันอีกนะครับ

ด้วยมิตรภาพ

21 Sep 06

ต่างมุมมอง

ไม่มีเวลามาก ฉะนั้นได้ย้อนอ่านแค่บางประเด็น ส่วนที่ขอแย้งเพิ่มเติม คือ อย่าเอาหลักการมาอ้าง และอย่าอ้างการยึดหลักการ ในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่เคยมีทฤษฎีและหลักการไหนใช้ได้เสมอไป ทฤษฎีบางอย่างเกิดขึ้น แล้วก็ถูกล้มล้างด้วยทฤษฎีอื่น  เพราะโลกใบนี้ไม่ได้มีทุกสิ่งทุกอย่างตายตัวตามหลักการ สังคมทุกอย่างมีความแปลกและแตกต่างอยู่ในรายละเอียดทุก ๆ ด้าน  ตลอดเวลาที่ผ่านมาภาพรัฐประหาร คือการขึดอำนาจ และกระทำของคนที่ต้องการอำนาจ จึงทำให้สังคมทั่วโลกรับไม่ได้ แต่การรัฐประหารครั้งนี้ไม่ใช่ มีหลากหลายสาเหตุจนยากที่จะกล่าว มาคอยดูกันต่อไป หากคนทำรัฐประหารต้องการอำนาจคุณก็จะเห็นเหมือนที่โลกเคยเห็นแบบในอดีตที่ผ่านมา แต่หากไม่ใช่ เขาไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง คุณก็ควรจะเปลี่ยนมุมมองซะใหม่บ้าง กรุณาอย่าเป็นไม้บรรทัดที่ขีดเส้นตรงเผงไปซะทุกอย่างเลย แต่หากใช่ ผู้วิจารณ์ก็ขอยอมรับแต่โดยดี

อีกเรื่อง (แต่ก็เป็นเรื่องเดิม) การรัฐประหารทำให้ประเทศไทยย้อนหลังไปอีกหลายสิบปี ไม่จริง ประเทศไทยไม่เคยพัฒนาไปจากเดิมเลย และยังไม่พร้อมที่จะเป็นประชาธิปไตยแบบเต็มใบจริง ๆ ได้เลย คุณดูสว.ส่วนใหญ่ที่ได้รับการเลือกตั้งมาสิ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีการศึกษาหรือไม่ สว.ส่วนใหญ่ล้วนเป็นลูก เมีย พี่ น้องของนักการเมือง ที่ไม่ได้มีการศึกษาและแนวความคิดพัฒนาบ้านเมือง แต่ได้รับเลือกมาเพราะมีเงิน จะเอาแบบนี้มั๊ยละ ประเทศชาติคงเจริญก้าวหน้าไปไกลโข

22 Sep 06

ท่าจะเพี้ยน

ุถึงคุณต่างมุมมอง

"อย่าเอาหลักการมาอ้าง และอย่าอ้างการยึดหลักการ"

บ้านเมืองมันถึงเป็นอย่างนี้ไงคุ้ณณณณณณณ ไม่ยึดหลักการแล้วจะให้ไปยึดไม้หลักปักขี้เลนที่ไหนล่ะ

22 Sep 06

เชกูวารา

เรียนคุณต่างมุมมอง ขอแลกเปลี่ยนเล็กน้อย ดังนี้

๑. ขอขอบคุณที่คุณต่างมุมมอง พยายามอธิบาย ไม่ให้ผม หรือ คนอื่น ๆ ยึด หรือ อ้างหลักการ โดยยกหลักการ (ที่คุณเชื่อ) ขึ้นมาโต้แย้งซะมากมาย

๒. หากคุณไม่ต้องการคุยกับผมในเรื่อง "ปัญหาในเชิงหลักการ" ผมคงไม่มีอะไรโต้แย้ง และขอบคุณ ที่คุณ เป็นผู้เข้ามาเน้นย้ำสิ่งที่ผม เขียน คิด และเชื่อมาตลอดว่า สังคมไทยเป็น "สังคมอารมณ์" ไม่ใช่ "สังคมหลักการ" และ ขอตอกย้ำคุณในเรื่องนี้อีกครั้ง ด้วยการเรียนเชิญไปอ่านบล็อกนี้ การเมือง มาตรฐาน คนไทย และ ไออี (โฆษณาซะงั้น..ฮา)

๓. ไม่ได้ต่อว่าอะไร แต่คิดว่าน่าจะดีกว่า ถ้า การจะลงมือแสดงความคิดเห็น หรือวิเคราะห์วิจารณ์ความคิดเห็นของใคร ควรอ่านของเขาโดยละเอียดก่อน แล้วคิดตามอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่ใช้อารมณ์ความรู้สึกอย่างเดียว และเลือกอ่านในสิ่งทีต้องการอ่าน...ถ้าแบบนี้ ขออภัย ผมเห็นว่า ไม่น่าคุยด้วย

ด้วยมิตรภาพ

ปล. ดูไปแล้ว คุณคงไม่ใช่คนที่ใช้แต่อารมณ์ โดยไม่เอาหลักการอะไรเลย ซะทีเดียว แต่เป็นพวก มีหลักการลอยอยู่มากมายในหัว ..เพียงแต่ว่าจะยึดหลักการ ไหน หรือใช้เหตุผล ไหน มาอธิบายปรากฎการณ์อะไร ก็ขึ้นอยู่กับ "อารมณ์"

ซึ่งผมมองว่า การอ้างครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบนี้ อันตรายกว่า การ ไม่อ้าง มันเสียเลย

22 Sep 06

ต่างมุมมอง

เอาล่ะ เดี๋ยวจะถูกหาว่าใช้อารมณ์ และกลายเป็นการไปกระตุ้นอารมณ์ของหลาย ๆ คนเข้า จึงขอยอมรับแต่โดยดีที่ว่าเขาไปก่อน ก็สมควรแล้วที่จะถูกเขาย้อนว่าบ้าง  ขอโทษ  หากข้อคิดเห็นของผู้วิจารณ์ทำให้หลายคนไม่พอใจ

แต่ต้องขอแย้งว่าผู้วิจารณ์ไม่ได้หมายความว่าจะต้องไม่ยึดหลักการใด ๆ เลย การยึดหลักการเป็นสิ่งที่ถูกต้อง หากทุกอย่างเข้าตามกรอบทฤษฎีนั้น ส่วนเรื่องอื่น ๆ ขอไม่พูด เพราะต่างฝ่ายก็ต้องมองว่าสิ่งที่ตนพูดถูกต้อง แย้งไปก็เท่านั้น ดีไม่ดีจะถูกด่าอีกรอบ

อีกเรื่อง สิ่งที่คุณเชกูวาราให้ไปอ่านในโพสก่อนหน้านี้ ไม่ใช่ไม่อ่าน แต่คลิกเข้าไปแล้วไม่เจอ

23 Sep 06

ความคิดเห็น (click here to comment)

Search

Navigation

ความเคลื่อนไหว

รวมลิงก์น่าสนใจ

Login

name password

ลืมรหัสผ่าน