ComBioLaw.De » Blog » เกร็ดชีวิต เยอรมัน » เยอรมันชน คนชอบสูบ
เยอรมันชน คนชอบสูบ
เยอรมันเริ่มตั้งหลัก เปิดประเด็นโต้เถียงกันมานานหลายปีแล้ว (ตั้งแต่สมัยผมยังเรียนภาษาอยู่) ว่า รัฐควรจะควบคุมการสูบ หรือจะควบคุมตู้ขายบุหรี่อัตโนมัติ กันบ้างดีไหม ? แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนสักที จนเมื่อวันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รัฐบาลก็ไฟเขียว เตรียมดันร่างกฎหมายกำหนดโซนห้ามสูบบุหรี่ รวมทั้ง... |
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
ควบคุมอายุผู้มีสิทธิซื้อ และกดตู้บุหรี่ให้เข้มงวดขึ้น ออกมาใช้ภายในปีนี้ให้ได้ กฎหมายตัวนี้คาดว่าจะใช้บังคับได้ราววันที่ 1 กันยายน 2007 นี้ครับ โดยเนื้อหาสำคัญ ก็คือ จะกำหนดโซนห้ามสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด ที่ต้องบังคับใช้กันทั้งประเทศ หลัก ๆ ก็คือ ในยานพาหนะขนส่งสาธารณะทั้งหลายแหล่ ไม่ว่าจะเป็น รถไฟระยะใกล้, ระยะไกล, รถบัส, เรือโดยสาร และ แท็กซี่ อ้อ..รวมทั้งในสถานีรถไฟ ด้วย นอกจากนี้ก็ยังห้ามสูบในตึกที่ทำการรัฐบาล, สถาบันต่าง ๆ และ ศาลของสหพันธรัฐ สำหรับในสถานที่ราชการโดยทั่วไป ยังคงไม่ห้ามโดยเด็ดขาด "คนขี้เคลียด" ยังพอมีที่หายใจหายคอกันได้ เพราะรัฐตั้งใจจะกำหนดแต่เพียงว่า ต้องทำห้องสูบบุหรี่แยกออกไปต่างหากเท่านั้น อีกทั้งยังร่ำ ๆ กันว่า สถานพยาบาล, สถานที่ที่เกี่ยวกับสุขภาพ และสถานที่ที่เกี่ยวกับเยาวชน อาทิ โรงเรียน, ศูนย์กีฬา และกิจกรรมยามว่าง, ศูนย์วัฒนธรรม ก็ควรห้ามสูบ และอยู่ในข่ายต้องสร้างห้องสูบบุหรี่แยกออกจากห้องทั่วไปด้วย
อย่างไรก็ตาม เรืองน่าเศร้าสำหรับพวกผม "คนไม่ชอบ อมและรมควัน" ก็คือ รัฐบาลส่งสัญญาณว่า พวกเขาจะยังไม่บังคับใช้กฎต่าง ๆ เหล่านี้ กับ บาร์, ร้านอาหาร, ร้านดื่มเหล้า (Kneipen) หรือ ดิสโก้เธค ...หรือพูดให้ง่ายเข้า ก็คือ เยอรมนี จะยังอนุญาตให้หมอกควันประเภทนี้ ตลบอบอวลกันต่อไปแบบไร้อุปสรรคในสถานที่เหล่านี้ ซึ่งพวกผมมักไปใช้บริการกันอยู่เนือง ๆ ...เซ็งเป็ด... ทำไมต้องเซ็งเป็ด สาเหตุก็เพราะปัจจุบันตามร้านอาหาร และบาร์ เยอรมันแยก คนสูบบุหรี่ กับ ไม่สูบบุหรี่ ออกจากกันแค่เนี๊ย (ดูในภาพ) แล้วคุณผู้อ่านคิดว่า แยกแบบนี้มันจะช่วยอะไรคนไม่สูบแบบพวกผมได้บ้าง ?? แยกแบบนี้คงมีนัยยะแค่ "แบ่งกลุ่ม" เท่านั้นว่า อ๋อ...ไอ้นั่นมันสูบ ส่วนไอ้นั่นมันไม่สูบ ...ไม่ได้เกี่ยวกับการคุ้มครองสุขภาพของคนไม่สูบเลย...เลยไม่รู้ว่า เค้าจะแบ่งไปทำเป็ดอะไร ?
สำหรับสถานการณ์เกี่ยวกับการขายบุหรี่ รวมทั้งตู้บุหรี่อัตโนมัตนั้น รัฐจะกำหนดเพิ่มอายุคนซื้อได้ จากอายุไม่ต่ำกว่า 16 ปี เป็น 18 ปีแทนครับ แต่ข้อกฎหมายในส่วนนี้จะให้เวลา ผู้ขายและตู้ขาย เตรียมตัว เตรียมระบบ และเตรียมใจ ขยายเวลาบังคับใช้ไป 1 มกราคม 2009 นู่น ปัจจุบันเท่าที่ผมเห็น ตู้ขายบุหรี่อัตโนมัติที่เยอรมันยังคงมีมากกว่าตู้ขายน้ำ แต่วิธีการสำหรับเช็คอายุ ก็คือ เช็คผ่านบัตรเอทีเอ็ม หรือบัตรกดเงิน ซึ่งบัตรธนาคารพวกนี้จะมีชิบแสดงอายุไว้ ดังนั้น จึงต้องให้เวลาในการปรับเปลี่ยนระบบเพิ่มตัวเลขจาก 16 เป็น 18 กันหน่อย ...แต่สำหรับกรณีที่ใครจ่าย "เงินสด" (หยอดเหรียญ) ตู้ยังไม่ฉลาดขนาดเช็คอายุใครได้...ด้วยเหตุนี้ ระยะหนึ่ง จึงเคยมีการถกเถียงกันว่า ให้ยกเลิกอีตู้แบบนี้กันซะดีมั๊ย ?? ซึ่งแน่ล่ะ คนเยอรมันโวยวายกันยกใหญ่ สุดท้ายก็เลยต้องมีอยู่ ... อย่างไรก็ตาม เยอรมันก็กำลังจะบังคับให้ตู้ขายบุหรี่ทุกตู้มีแต่ระบบบัตรได้อย่างเดียว ในไม่ช้านี้เหมือนกัน (ผมไม่แน่ใจว่าเมื่อไหร่ ?) สำหรับเรื่องโทษนั้น แม้เยอรมันจะออกกฎหมายเฉพาะ และบังคับใช้ช้ากว่าชาวบ้านไปมาก แต่ถ้าออกแล้ว โทษปรับที่เยอรมันนี่หนักหนา เล่นเอาหน้ามืดอยู่เหมือนกัน เพราะถ้าใครก็ตามที่ฝ่าฝืน ก็อาจโดนค่าปรับ ระหว่าง 500 ถึง 1000 ยูโร !! โดยสถานที่ไหนโดนหนัก ที่ไหนโดนเบา ก็ขึ้นอยู่กับความสำคัญ และควรต้องเข้มงวดหรือไม่ของสถานที่แต่ละแห่ง อนึ่ง ดังที่ทราบกันครับว่า เยอรมันไม่ใช่รัฐเดี่ยว แต่มีตั้ง 16 มลรัฐ ดังนั้น ในขณะที่ตัวสหพันธรัฐเองยังมะงุมมะงาหรา และออกแนวประนีประนอม กลับมีหลายมลรัฐที่เร่งออกกฎข้อบังคับต่าง ๆ มาใช้ไปบ้างแล้ว และกำลังจะออกกฎหมายที่เข้มงวดกว่ามาใช้บังคับด้วย ....ที่ไหนเป็นไงบ้าง ก็ลองมาดูกันดีกว่า มลรัฐ บาเยิน หรือ บาวาเรีย (Bavaria) ที่ตั้งเมืองมิวนิคนี่แหละ มีทีท่าว่าจะลำบากหน่อยสำหรับสิงค์นักสูบทั้งชายหญิง เพราะนับแต่ 1 มกราคม 2008 เป็นต้นไป สถานที่ที่สามารถพ่นควันกันได้แบบไม่จำกัด จะหมายเฉพาะ ตามเต้นท์เบียร์ เต้นท์ไวน์ หรือไม่ก็ในเต้นท์งานเฉลิมฉลอง เท่านั้นครับ สถานที่สาธารณะนอกเหนือจากเต๊นท์พวกนี้ จะเป็นที่ต้องห้ามไม่ให้สูบบุหรี่ อาทิ โรงเรียน, ทุกสถานที่ที่เกี่ยวกับเด็ก, โรงพยาบาล, สถานที่ราชการ, ศาล รวมทั้ง โรงหนัง และโรงละคร ด้วย ส่วนห้องรับรองตามคลับ บาร์ และร้านอาหารทั้งหลาย (Gastonomie) ก็จะห้ามสูบเช่นกัน แต่ยังพออนุโลมให้ได้ ถ้าทำห้องพิเศษแยกออกไปสำหรับสูบบุหรี่ นี่ยังมิพักต้องพูดถึง ข้อห้ามสูบบุหรี่บนรถไฟท้องถิ่นที่วิ่งตามเมืองในรัฐบาเยินนะครับ เพราะรถไฟพวกนั้น ไม่มีตู้สูบบุหรี่ให้เห็นมาได้หลายเดือนแล้ว ในขณะที่บาเยินสุดเข้ม เมืองหลวง หรือ รัฐเบอร์ลิน (Berlin) ยังคงสบาย ๆ เพราะ ห้ามสูบกันเฉพาะในโรงเรียน, สถานรับเลี้ยงเด็ก, โรงพยาบาล และ อาคารวุฒิสภา เท่านั้น (แต่....อาคารรัฐสภายังไม่ห้ามนะครับ...ฮ่า ฮ่า สงสัยท่าจะเคลียดกว่าวุฒิ) ส่วนประเด็นควรห้ามสูบตามร้านอาหาร หรือบาร์ หรือไม่ ยังคงเป็นได้แค่ลมปากที่เสนอกันจนเฉอะแฉะ อย่างไรก็ตาม กลับปรากฎว่า มลรัฐ บรานเดนบวร์ก (Brandenburg) เพื่อนบ้านเบอร์ลิน แทบไม่มีที่ให้หายใจหายคอให้กับนักสูบเลย เพราะนอกจากเขาจะห้ามสูบบุหรี่ในโรงเรียนแล้ว ยังห้ามสูบในห้องที่ทำการแห่งมลรัฐที่ต้องมีประชาชนมาติดต่อด้วย โดยมีแผนการที่จะห้ามสูบในทุกสถานที่ที่เกี่ยวพันกับเด็ก รวมทั้งในการขนส่งสาธารณะทุกชนิด และแน่ล่ะ จะห้ามไม่ให้สูบในร้านอาหาร บาร์ ฯลฯ ด้วย ยกเว้นก็แต่มีห้องสำหรับสูบบุหรี่แยกออกไปต่างหาก ทำนองเดียวกับ มลรัฐเมคเลนบวร์ก-ฟอร์พอมเม่น (Mecklenburg-Vorpommern) ซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือของเยอรมัน ก็เป็นอีกรัฐหนึ่งที่มีการวางแผนสำหรับคุ้มครองสุขภาพคนไม่สูบกันอย่างเต็มที่ เพราะในไม่ช้านี้ โรงเรียน, มหาวิทยาลัย, โรงพยาบาล รวมทั้งบ้านพักคนชรา จะเป็นสถานที่ห้ามสูบโดยเด็ดขาด และตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นไป ร้านอาหาร และ คลับ บาร์ รวมทั้งแหล่งดื่มเหล้า ทั้งหลายก็ถูกห้ามด้วย เว้นแต่จะมีห้องสำหรับสูบบุหรี่ไว้บริการโดยเฉพาะ สำหรับมลรัฐ นีเดอร์ซาคเซ่น (Niedersachsen) แม้โรงเรียน และสถานพยาบาลหลายแห่งจะห้ามไม่ให้สูบบุหรี่ไปแล้ว แต่กฎหมายที่จะออกมาคุ้มครองคนไม่สูบบุหรี่แบบละเอียดละออ ยังต้องรอกันไปก่อนครับ โดยมีการพิจารณาวางแผนไว้แล้ว และดูท่าไม่ค่อยดีนักสำหรับนักสูบว่า คงจะ ห้ามสูบในสถานที่ที่เกี่ยวเด็ก, โรงละคร, พิพิธภัณฑ์, สถานดูแลรักษาต่าง ๆ, สถานที่ราชการ อาทิ ที่ทำการมลรัฐ รวมทั้งสมาคมต่าง ๆ และ ดิสโก้เธค ก็ควรจะห้ามเด็ดขาดด้วย สำหรับร้านอาหาร และพับบาร์คงห้ามไว้หลวม ๆ เพราะถ้ามีห้องแยกออกไปชัดเจนก็โอเค
อีกสองแห่ง ที่นักสูบคงต้องหลีกหนีให้ห่าง ก็คือ มลรัฐ ซัคเซ่น-อันฮัล์ท (Sachsen-Anhalt) เพราะที่นี่ ทั้งโรงเรียน, โรงพยาบาล, สถานดูแลรักษาบุคคล รวมทั้ง คุก คือสถานที่ห้ามสูบบุหรี่ ที่สำคัญคือ ในเดือนสิงหาคม ปีนี้ 2007 กฎหมายคุ้มครองผู้ไม่สูบบุหรี่จะมีผลใช้บังคับอีกด้วย เพียงแต่กฎหมายนี้มันก็ยังไม่ใช้บังคับกับบรรดา Gastonomie (ร้านอาหาร, คลับ, บาร์) อยู่ดี กับอีกแห่ง คือ มลรัฐ ซาร์แลนด์ (Saarland) เพราะในอนาคต บาร์ และสถานที่ดื่มเหล้า จะกลายเป็นโซนห้ามสูบบุหรี่ แต่...ร้านอาหารยังสูบกันสบายใจครับ...แปลกมั๊ย ? นอกจากนี้ ก็ห้ามที่โรงเรียน, สถานเลี้ยงเด็ก และ โรงพยาบาล เหมือนมลรัฐอื่น ๆ มลรัฐที่มีนโยบายแบบกลาง ๆ มีอยู่หลายแห่ง กล่าวคือ บาเดิน วืทเทมแบร์ก (Baden-Württemberg), เบลเม่น (Bremen), ฮัมบวร์ก (Hamburg), เฮซเซ่น (Hesse) เพราะห้องรับแขกสาธารณะ อาทิ ห้องบัลรูมในโรงแรม ห้องอาหาร บาร์ ฯลฯ ยังคงเป็นสวรรค์ของนักสูบ พื้นที่ที่ห้ามสูบจริง ๆ ก็จำพวก โรงเรียน, สถานเลี้ยงเด็ก, สถานที่สำหรับเยาวชน, โรงพยาบาล และสถานดูแลรักษาบุคคลประเภทต่าง ๆ และว่ากันว่า ในปัจจุบัน นักสูบคนไหนที่อยากสูบแบบไร้การรบกวน ต้องไปอยู่ที่ มลรัฐ ไรน์แลนด์-พฟันซ์ (Rhineland-Phalz) , ชเลสวิก-โฮล์สไตน์ (Schleswig-Holstein), นอร์ดไรน์-เวสท์ฟาเลน (Nordrhein-Westfalen) แล้วก็ ทือริงเก่น (Thüringgen) เพราะรัฐเหล่านี้ นอกจากในโรงเรียนแล้ว ที่อื่น ๆ ยังไม่ถูกห้ามเลย โดยบางรัฐคงมีแผนที่จะควบคุมอาคารสาธารณะบางแห่งเท่านั้น ทำนองเดียวกับ มลรัฐซัคเซ่น (Sachsen) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเยอรมัน เพราะผู้คนยังสามารถพ่นควัน ได้อย่างอิสระเสรี เว้นก็แต่สถานเลี้ยงเด็ก และอีกไม่กี่โรงเรียนที่เป็นสถานที่ห้ามสูบ
สำหรับสถิติและตัวเลขคนสูบบุหรี่ในเยอรมัน มีอยู่ดังนี้ มีผู้สูบบุหรี่ในเยอรมันประมาณ 20 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 27.4% ของประชากรทั้งหมด (โดยคิดที่อายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป) โดยในจำนวนนี้ 22.1% เป็นผู้หญิง หรือประมาณ 8 ล้านคน และ 33.2% ผู้ชาย หรือประมาณ 12 ล้านคน และตั้งแต่ 1992 เป็นต้นมา มีเรื่องน่าตกใจ คือ จำนวนผู้ชายสูบบุหรี่ลดจำนวนลงประมาณ 3.6% ในขณะที่ผู้หญิงกลับเพิ่มขึ้น 0.6% อย่างไรก็ตามแนวโน้มการสูบบุหรี่โดยรวมก็ทำท่าว่าจะลดลงเรื่อย ๆ อยู่เหมือนกัน โดยมีตัวเลขจากสถิติการจำหน่ายยาสูบต่อหัวในเยอรมันแสดงแนวโน้มดังนี้ ปี 2000 ~ 1699 ตัว/หัว , ปี 2001 ~ 1733 ตัว/หัว, ปี 2002 ~ 1761 ตัว/หัว, ปี 2003 ~ 1607 ตัว/หัว, ปี 2004 ~ 1354 ตัว/หัว ที่ผ่านมา ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตด้วยสาเหตุจากการสูบบุหรี่สูงถึง 110,000 ถึง 140,000 คน ซึ่งนอกจากปัญหาด้านสุขภาพของประชากร ที่เกิดจากการนี้แล้ว การสูบบุหรี่ยังสร้างปัญหาด้านเศรษฐกิจให้เยอรมันด้วย เพราะมีรายงานว่า เยอรมันต้องเสียเงินกว่า 17 พันล้านยูโรไปกับการแก้ปัญหา รักษาโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับบุหรี่ และความตายจากบุหรี่ สำหรับสถานการณ์เรื่องนี้กับเยาวชนเยอรมัน มีรายงานว่า เด็กเยอรมันเริ่มอมควันกันตั้งแต่อายุ 12 ปี ครับ สถิติระบุว่า ประมาณ 35% ของวัยรุ่นเยอรมัน (12-25 ปี) ตกเป็นทาสบุหรี่ไปเรียบร้อย แนวโน้มที่ผ่านมา (คิดเป็นเปอร์เซนต์) เป็นดังนี้ อายุตั้่งแต่ 12 ถึง 17 ปี
อายุตั้งแต่ 18 ปี ถึง 25 ปี
แต่ผมยังไม่เห็น "ซองบุหรี่" ติดรูปน่าเกลียด น่ากลัว (เห็นแล้ว กินข้าวไม่ลง แต่อาจจะ สูบบุหรี่ลงอยู่ก็ได้) กับ "ซองห่อซองบุหรี่" ที่มีรูปน่ารัก ๆ เอาไว้ปิดรูปน่าเกลียด ๆ บนซองบุหรี่อีกที ออกมาวางขายแบบที่เมืองไทย นะครับ ไม่รู้ว่าที่เยอรมันจะคิดเรื่องอะไรแบบนี้ด้วยหรือเปล่า ?? 555+... จึ๊ย..โรคมะเร็งปอด กับ กลิ่นปาก นี่ไม่ไหวเลยแฮะ ดูแล้วอาจทำให้เป็นโรคเบื่ออาหารได้อีกโรค :P
แหล่งข้อมูล : www.n24.de , www.bzga.de/pdf. , http://www.focus.de |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
05 Mar 07 | by | tags เกร็ดชีวิต เยอรมัน นานาสารพัน กฏหมาย ห้ามสูบบุหรี่ บุหรี่
<<สายลม แสงแดด แต่ไม่มีหาดทราย || ประกาศ..ทีวีไอ..อุ๊บ..ไอทีวี>>
หลังจากเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 





เดี๋ยวนี้ที่เยอรมัน มีกิจกรรม และสปอร์ตโฆษณา เพื่อรณรงค์เลิกสูบบุหรี่
และชี้ให้เห็นโทษของบุหรี่ ออกมาถี่ขึ้น (จากที่แต่ก่อนไม่มีเลย มีแต่
ป้ายโฆษณายี่ห้อบุหรี่ตามสถานที่ต่าง ๆ)