ComBioLaw.De » Blog » นานาสารพัน » 7 มาตรการอยู่อย่างประหยัด แบบโดน ๆ

7 มาตรการอยู่อย่างประหยัด แบบโดน ๆ

ในยุคข้าวของแพงบรรลัย ราคาน้ำมันพุ่งกระฉูดแบบนี้ เรามักได้ยินใครต่อใครโดยเฉพาะนักการเมืองที่ไม่เคยทำตัวให้เป็นตัวอย่างในการประหยัดพลังงาน ออกมาพร่ำบ่นให้ฟังถึงมาตรการประหยัดพลังงานจนเมื่อยหู จนถึงขนาดจะบังคับให้ปิดนู่นปิดนี่ตามเวลาโน้นเวลานี้ คงมีหลายคนเริ่มหงุดหงิดรำคาญกันบ้างแหละ...ใช่ม้า ทั้งคนที่รู้จักกับคำว่า "ประหยัด" มาทั้งชีวิตและทำอยู่ตลอดก็จะรำคาญว่า "เฮ้ย แล้วก่อนหน้านี้นี่พวก..ไม่เคยคิดประหยัดกันเลยเหรอวะ เจือกพึ่งมาคิดประหยัดเอาตอนนี้เนี่ยนะ ตูทำมาตั้งนานแล้ว"

และทั้งคนที่ไม่เคยคิดจะประหยัดมาก่อนเลย ก็จะพาลเบื่อหน่ายเอา "เฮ้ย ก็อะไรจะแพงก็แำพงไปดิ แต่ตูรวยอ่ะ ไม่ประหยัดใครจะทำมายยย" ของแบบนี้เป็นเรื่อง นานาสำนึก ครับ

แต่แหมวันนี้ผมอ่านคอลัมภ์คุณมุกหอม แล้วอดอมยิ้มไม่ได้กับมาตรการอยู่อย่างประหยัดที่เขาคิดขึ้นมา มันโดนใจครับ มันโดนจาย...

นานาสารพัน นานาสารพัน

หัวเห็ด (โคน) หัวเห็ด (โคน)

โดย มุกหอม

ยุคข้าวยากหมากแพงอย่างทุกวันนี้ สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้มีรายได้น้อยอย่างแสนสาหัส ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงรู้สึกเดือดร้อนพอสมควร ทั้งเดือดดาล และร้อนรุ่ม โฆษณาชวนเชื่อสารพัดแบบให้ช่วยกันประหยัดพลังงานจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าการประหยัดพลังงานและทำตัวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมควรจะฝังกลบอยู่ในจิตสำนึกของเราอยู่แล้ว

ตลอดเวลาตั้งแต่ยุคข้าวง่ายหมากถูก โดยไม่ต้องรอให้ถึงยุคข้าวยากหมากแพงเสียก่อนจึงค่อยมาตาลีตาเหลือกกันจนตาทะลักตาถลน

อย่างไรก็ตาม มาตรการของรัฐและเอกชนที่พร่างพรูออกมาเป็นกระ ตั้กๆ นั้นก็ยังไม่เพียงพอและไม่ละเอียดรอบด้าน มาตรการที่ข้าพเจ้าครุ่นคิดออกมาได้ 7 ประการต่อไปนี้ จึงน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนทั้งหลายไม่มากก็น้อย ไม่น้อยก็มาก ไม่มากไม่น้อย มากบ้างน้อยบ้าง

1.อย่าไปไหนมาไหนพร่ำเพรื่อหากไม่จำเป็น ยานพาหนะทุกชนิดล้วนต้องใช้พลังงาน แม้แต่การปั่นจักรยานก็ยังทำให้เราสูญเสียพลังงาน สิ้นเปลืองแคลอรี่ ร้อนและเมื่อย ฉะนั้นพยายามอยู่กับที่ เว้นแต่เกิดเพลิงไหม้ในอาคารหรือสถานที่ที่พักอาศัย ในกรณีเช่นนั้น ให้เร่งกวาดทรัพย์สมบัติสิ่งของมีค่าติดตัวไว้ให้ได้มากที่สุดก่อนอพยพออกจากจุดเกิดเหตุอย่างมีสติ อย่าหนีตายตัวเปล่าๆ เพราะการรอดชีวิตมาได้โดยปราศจากทรัพย์สินในยุคสมัยนี้ จะทำให้ชีวิตที่เหลือไร้ความหมาย ไม่มีแก่นสารให้ยึดเหนี่ยว

2.นอกจากขับรถไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้ว อย่าชะลอหรือหยุดรถโดยไม่จำเป็น อันจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันและผ้าเบรก ตัวอย่างเช่น อย่าชะลอรถเพื่อชะโงกชมทัศนียภาพอุบัติเหตุข้างทางอย่างรื่นรมย์ เพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแล้ว (อยากรู้เฉยๆ ไม่ได้อยากช่วย) ยังทำให้ทุกอย่างเลวลง รถจะติดวินาศสันตะโรจากมหิทธานุภาพของความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์

และอย่าหยุดรถให้คนข้ามถนนจากความอ่อนแอชั่ววูบของจิตใจ เพราะตามขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยแล้ว ถนนเป็นกรรมสิทธิ์ของคนมีรถ คนเดินเท้าต้องช่วยตัวเอง การหยุดรถให้คนข้ามถนนยังจะเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของรถคันหลังที่ไม่ต้องการหยุด นำไปสู่การบีบแตรไล่สนั่นทำให้สิ้นเปลืองแบตเตอรี่ และในกรณีที่เลวร้ายจะทำให้สิ้นเปลืองกระสุนปืนอีกด้วย

3.อย่าดูโทรทัศน์ โทรทัศน์เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่กินไฟ ยิ่งดูมากก็เปลืองไฟมาก นอกจากนี้ โทรทัศน์ไม่เพียงแต่ทำให้เปลืองไฟเหมือนเครื่องไฟฟ้าอื่นๆ แต่ยังนำไปสู่การสิ้นเปลืองอื่นๆ อีกมากมหาศาล การซึมซับสูบเขมือบโฆษณาในโทรทัศน์อย่างไม่รู้ตัวทำให้เราเกิดความต้องการเทียม ทุรนทุรายตะเกียกตะกายหาซื้อสินค้าและบริการที่อยู่ในโฆษณามาใช้โดยไม่จำเป็น ความสิ้นเปลืองอีกประการหนึ่งคือ การสิ้นเปลืองสมอง เนื่องจากการดูรายการโทรทัศน์ของไทยมากๆ มีแนวโน้มจะทำให้สมองเสื่อมสมรรถภาพเร็วก่อนวัยอันควร

4.อย่าซื้อ/อ่านหนังสือหรือแมกาซีนมากเกินไป เว้นแต่เพื่อทำงานวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุน การซื้อหรืออ่านหนังสือและแมกาซีนส่วนใหญ่ที่มีอยู่กลาดเกลื่อน อีเหละเขละขละในตลาดมากเกินไปเป็นเรื่องสิ้นเปลืองเงินทองและเวลาอันมีค่า

หากต้องการข้อมูล ข่าวลือ หรือเรื่องซุบซิบจากสิ่งที่อ่าน ควรถามเอาจากคนอื่นที่อ่านแล้ว

หากต้องการความเพลิดเพลิน ดื่มด่ำ สะใจจากสิ่งที่อ่าน ควรพยายามเรียนรู้หาความสำราญจากศิลปะแขนงต่างๆ ทดแทน

หากต้องการความรู้จากสิ่งที่อ่าน ส่วนใหญ่แล้วหนังสือ นิตยสาร และวารสารที่ให้ความรู้มักอยู่ในห้องสมุดมากกว่าบนแผง

หากต้องการไปใช้ห้องสมุดต่างๆ ควรเก็บหรือขโมยเงินซื้อหนังสือเอาเอง เพราะบรรณารักษ์ห้องสมุดในเมืองไทยไม่ชอบให้มีคนเข้าไปใช้ห้องสมุด

5.อย่าส่งเอสเอ็มเอส การส่งข้อความแสดงความคิดเห็นสะเปะสะปะเป็นการใช้เงินทองอย่างไม่เหมาะสม มนุษย์ผู้มีศักดิ์ศรีไม่ควรต้องจ่ายเงินเพื่อจะบ่น ด่า รำพึงรำพัน หรือแสดงความคิดเห็นอย่างนิรนาม

6.อย่าพล่ามมาก เสียงพูดมีคลื่นพลังงานที่ทำให้โลกร้อนขึ้น นอกจากจะทำให้โลกเย็นลงแล้ว การรู้จักประหยัดถ้อยคำในเวลาอันควรถือเป็นคุณธรรมอย่างหนึ่ง

7.อย่าจน ความยากจนข้นแค้นทำให้อยู่อย่างประหยัดไม่ได้ เพราะการไม่มีจะกิน ไม่มีจะใช้อยู่แล้ว ทำให้ไม่มีอะไรจะประหยัด แต่การประหยัดถือเป็นมาตรการระดับชาติ ไม่ว่าจะจนหรือรวยก็ต้องช่วยชาติให้เท่าเทียมกัน คนยากไร้ไม่พึงมีอภิสิทธิ์ในการที่จะได้รับการละเว้นหรือลดหย่อนให้ไม่ต้องประหยัด

หากการประหยัดคือการจำกัดการกินอยู่ใช้สอยให้มากขึ้นกว่ายามปกติ คนยากจนควรเลิกอดมื้อกินมื้อ แต่อดสองสามมื้อ แล้วค่อยกินหนึ่งมื้อ เป็นต้น

๕๕๕๕๕ นอกจากไอ้ ๗ ข้อ แบบโดน ๆ ข้างบนนี้แล้ว ผมขอเพิ่มเข้าไปอีกข้อนะครับ

๘.อย่าเปิดวิทยุเป็นเวลา 45 นาที ตอน 8 นาฬิกาของทุกเช้าวันเสาร์ เพราะจากการสังเกตการณ์พบว่า คนไทย 60 กว่าล้านคน โดยเฉลี่ยน่าจะมีวิทยุกันคนละเครื่อง การร่วมใจกันปิดวิทยุตามเวลาดังกล่าว นอกจากช่วยชาติประหยัดพลังงานไฟฟ้าแล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานสมอง และพลังงานความรู้สึกได้อีกด้วย เพราะถ้าเปิดวิทยุตอน 8 โมงเช้า ของวันเสาร์ คุณจะต้องพบกับ รายการนายกฯทักษิณคุยกับประชาชน มาจ้อให้ฟัง

ซึ่งถ้าใครได้ฟังรายกายนี้แล้ว แทนที่จะลื่นหู ทำการงานได้ดีขึ้น อาจทำให้เครียดยิ่งขึ้นได้ เพราะทั่นผู้นำจะต้องออกมาแก้ต่างในหลาย ๆ เรื่องทั้งคอรัปชั่น ปั่นเศรษฐกิจ ฟังแล้วน่าปวดหัวกบาล พาลไม่อยากประหยัดพลังงานไปเสียชิบ.... การช่วยชาติครั้งนี้ไม่หนักหนาสาหัสสากันอะไรเลย แค่ท่าน ปิดวิทยุพร้อมกันทั่วประเทศคนละแก๊กเดียวเท่านั้นเอง ชาติก็จะหลุดพ้นจากวิกฤติทั้งปวง..(ฮา) ยิ้มกว้าง

11 Jul 05 | by | tags นานาสารพัน

read 2046

<<คุณรู้ตัวไหมว่า เรากำลังอยู่ในยุคของ "วัฒนธรรมการเสี่ยงโชค" !!! || เมื่อสื่อมวลชน เกิดอาการยั้วทั่นผู้นำครับ อิ อิ !!>>

ความคิดเห็น (click here to comment)

Search

Navigation

รวมลิงก์น่าสนใจ

ความเคลื่อนไหว

Login

name password

ลืมรหัสผ่าน