ComBioLaw.De » Blog » บันเทิง » ปรัชญา CATAN
ปรัชญา CATAN
สาเหตุที่ผมเลือกเล่นเกมกล่อง นอกจากความไม่ค่อยประสาความในเทคโนโลยีเกมคอม ฯ กับ สนนราคาเกม หรือราคาเข้าร่วมเล่นแพงแล้ว ยังเป็นเพราะ ผมเบื่อหน่ายจอ "เหลี่ยม ๆ" ของคอมพิวเตอร์ตัวเอง (ที่พึ่งหายป่วยด้วยราคาซ่อมแพ๊งแพง..โฮ โฮ) เลยอยากเห็นหน้ารูปทรงอื่น และออกเสียงคุยกับ "คน" อื่น ๆ บ้าง เพื่อพัฒนาทักษะการใช้ "ภาษาคน" กับสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ :D ในขณะที่ ตลาดเกมคอมพิวเตอร์เยอรมันบูมเอาบูมเอา จนหลายปีที่ผ่านมาต้องถกเถียงกันว่า ควรออกกฎหมายควบคุมกันอย่างจริงจังหรือไม่ (จำได้ว่า ผมติดภาคต่อไว้นานแล้วที่ เกมคอม ฯ สะอึกเสรี/สำลักความรุ่นแรง แต่ไม่มีปัญญาเขียนต่อ ขอโทษครับ) กลับปรากฎว่า วัยรุ่นตอนปลายของที่นี่ยังนิยมเล่นเกมกล่องกันเป็นจำนวนมิใช่น้อย อ้อ...แต่เกมกล่องที่ว่า อย่านึกถึงแต่... |
|
|
เกมเศรษฐี ที่ต้องแย่งกันซื้อ แย่งกันรวยถึงจะชนะ, UNO หรือ นักสืบหัวเห็ด ที่หาซื้อได้ในเมืองไทย และเด็กมหาวิทยาลัย (รุ่นผมนะ 555) เล่นกันตามซุ้มต่าง ๆ เท่านั้น นะครับ เกมกล่องเยอรมันมีสารพัด และออกจะน่าตื่นตาตื่นใจ (สำหรับผม) มีอุปกรณ์ประกอบการเล่นมากมายก่ายกอง มีให้เลือกทั้งเกมง่าย ๆ ไม่ต้องคิดมาก ชนะกันได้ด้วยโชคและความอึด ไปจนถึงเกมในเชิงยุทธ ที่คิดกันจนปวดหัว ใช้เวลาเล่นกันนานเป็นชั่วโมง ๆ
เกมกล่องที่นี่ มีการจัดระดับความเหมาะสมไว้ข้างกล่องด้วย แต่...ระดับความเหมาะสมที่ว่า ไม่ได้ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับที่จัดกับ สื่อ ภาพยนตร์ ละคร รายการโทรทัศน์ หรือแม้แต่กับเกมคอมพิวเตอร์ เพราะคงไม่มีเกมกล่องอะไร กระมัง ที่มีอุปกรณ์ประกอบการเล่น เป็นของลามกจกเปรต มีรูปโป๊เปลือย หรือต้องมีตัวอิจฉาเอาไว้กรี๊ด ๆ อันจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่เด็ก ๆ (ฮา...เอ๊ะ หรือว่า มีแต่ผมไม่เคยเห็นหว่า ?) เขาจัดแบ่งกันตาม "ช่วงอายุ" ที่ "น่าจะ" มีความคิด และสติปัญญาเพียงพอที่จะ ขับเขี้ยว และขบคิดกับเกมได้ เท่านั้นครับ แล้วที่จัดไว้ก็เพื่อง่ายต่อการตัดสินใจควักสตางค์ซื้อ เช่น เกมง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน เขียนไว้ข้างกล่องว่า เด็กอายุตั้งแต่ 2 ขวบ ก็เล่นได้แล้ว อันนี้เหมาะเป็นของขวัญของฝากบรรดาลูกหลานตัวเล็ก ๆ ในวันคริสมาสต์ และหากวัยรุ่นซื้อมาเล่นกัน ก็อาจโดนแซว หัวเราะขบขัน ว่าเฮ้ย ....เล่นเกมไรว้า... แล้วก็เป็นไปได้ว่า เล่นแป๊บเดียว เดี๋ยวก็เบื่อเพราะมันง่ายเกินไป...อะโห เดะ ๆ
เกมที่ผู้เล่นต้องวางแผนยึดจุดยุทธศาสตร์ คิดกลยุทธ เพื่อเอาชนะฝ่ายตรงข้าม มักเหมาะกับวัยตั้งแต่ 10 ขวบขึ้นไป หรือ เกม Warcraft (เอามาจากเกมคอม ฯ นี่แหละ) ที่ต้องมีการ จัดทัพ ขุดทอง ตัดไม้ สร้างกองกำลังทหาร ไว้สู้รบกับฝ่ายตรงข้าม ที่ผมมีอยู่ที่บ้านด้วย ก็บอกว่า เหมาะกับวัยตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป โดยเกม ๆ หนึ่งใช้เวลาเล่นกันไม่ต่ำกว่า 1 หรือ 1 ชั่วโมง ครึ่ง เกมบางเกมติดป้ายไว้ด้วยว่า "เป็นเกมกล่องด้านนี้ด้านนั้น ที่ชนะเลิศเกมกล่องของปีนั้นปีนี้" ในบรรดาเกมกล่องที่ผมมีโอกาสได้เล่น ผมติดใจวิธีการเล่นของ Die Siedler von Catan (หรือที่ผมเรียกว่า เกมคาทาน ตามชื่อบล็อกตอนนี้นั่นแหละ) ที่สุด (จริง ๆ warcraft ก็สนุกครับ แต่เล่นทีไร จะตีกันตายนอกเกมทุกที) ชื่อที่ว่า แปลเป็นไทยได้ว่า "ผู้ตั้งรกรากในดินแดนคาทาน" ผมเองพึ่งทราบตอนเขียนบล็อกนี่แหละว่า เจ้าเกมอันนี้เป็น เกมกระดาษ ประเภทเล่นกันเป็นหมู่คณะ (3 คนขึ้นไป) ที่เคยมีผู้นิยมเล่นกันกว้างขวางที่สุดในโลกมาแล้ว คิดขึ้นโดยนักพัฒนาเกมชื่อ Klaus Teuber และมันก็เป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นเยี่ยม ที่สร้างชื่อเสียงที่สุดให้กับบริษัท Franckh-Kosmos (ตั้งตามชื่อเจ้าของซึ่งเป็น ชาวเมืองสตุทการ์ท) ที่มีต้นกำเนิด และตั้งอยู่ทีเมือง Stuttgart ประเทศเยอรมัน Catan กวาดรางวัลมาแล้วมากมาย อาทิ เป็นเกมชนะเลิศ รายการ "เกมยอดเยี่ยมแห่งปี 1995", „เกมยอดเยี่ยมประเทศเยอรมัน 1995" , "เกมยอดเยี่ยมเมือง Essen“ , „เกมยอดเยี่ยม USA“ ในปี 1996 และ "เกมยอดเยี่ยมประเทศโปแลนด์" ปี 2005 นอกจากนี้ นิตยสารเฉพาะทางที่เกี่ยวกับเกมกระดาษ ยังเคยยกให้ คาทาน เป็นเกมยอดเยี่ยมในรอบ 100 ปี ด้วย !!! นับเนื่องจากปี 1995 ที่ถือกำเนิด เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน Catan มีพัฒนาการที่ไม่หยุดยั้งครับ มีเวอร์ชั่น อุปกรณ์เสริม และรูปแบบการเล่นแบบใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย ไปจนถึงมีการพัฒนาให้กลายเป็น เกมออนไลน์์ กับเขาด้วย ผมเล่าประวัติไม่ไหวแล้ว ท่านที่สนใจลองเข้าไปอ่านเองที่เว็บ มีทั้งภาษาเยอรมัน และภาษาอังกฤษ ที่นี่ www.catan.com ก่อนจะไปถึง สิ่งที่ผมได้จากมัน ก็ควรต้องพูดถึงวิธีเล่นคร่าว ๆ ก่อน โดยจะพยายามเอาให้เห็นภาพรวม ๆ นะครับ อ้อ...เวอร์ชั่นที่ผมเล่นกัน เป็นเวอร์ชั่นพื้นฐานสุดเบสิก เหมาะกับเด็กอายุ 10 ขวบขึ้นไป เล่นได้ตั้งแต่ 3-6 คน ใช้เวลาเล่นเกมหนึ่ง ๆ ก็ประมาณ 75 นาที (รูปกล่อง คือ ภาพแรกของบล็อก นั่นแหละ)
ภาพใหญ่ของ เกม Catan ก็คือ เป็นเกมที่ผู้เล่นในวงทุกคน ผลัดกันทอยลูกเต๋า เพื่อให้มันออกเลขตรงกับ เลข ที่ตัวเองเลือกไว้ ถ้าตรงก็จะส่งผลให้ได้รับ "ทรัพยากร" ประเภทต่าง ๆ มาสร้างบ้านสร้างเมือง สะสมคะแนนให้ครบตามที่เกมกำหนดไว้ ก่อนผู้เล่นคนอื่น ๆ จึงจะชนะ ครับ... ความสนุก และการแพ้ชนะของเกมนี้ จึงไม่ได้มาจาก "โชค" ล้วน ๆ หรือ "ดวง" เหน่ง ๆ แต่ต้องประกอบไปด้วย "การบริหารทรัพยากรที่ตัวเองมีอยู่" "การตัดสินใจที่เฉียบไว" "การเลือกทำเลในการตั้งรกราก" "การวางแผนอนาคต" "การคำนวนความเป็นไปได้ของเต๋า" อย่างไรก็ตาม ด้วยคุณลักษณะที่ว่าไปเพียงเท่านี้ หลายคนอาจหาได้จากเกมกล่อง หรือ เกมคอม ฯ เกมอื่น ๆ ครับ („Warcraft“ หรือ "Risiko" เอง ก็เป็นเกมในเชิง กลศึก กลยุทธ ที่ต้องมีเรื่องพวกนี้เหมือนกัน) แต่สิ่งที่ผมชอบที่สุด และหาได้น้อย หรือ แทบไม่ได้เลยจากเกมอื่น ๆ (อย่างน้อยก็เกมที่ผมเคยเล่น ๆ มา) ก็คือ คอนเซ็ปของเกมที่มองว่า "คนเป็นสัตว์สังคม" ไม่ใช่ "สัตว์เศรษฐกิจ" ด้วยการพยายามวางเงื่อนไขต่าง ๆ ให้เกิดการสร้างมนุษยสัมพันธ์ และ การพัฒนาความสามารถในการต่อรองผลประโยชน์กับผู้เล่นคนอื่น ๆ ข้อจำกัด ของผู้เล่นทุกคน ในเกม Catan ก็คือ มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยครับ ที่ใครคนใดคนหนึ่ง หรือ ทุก ๆ คน จะรวยทรัพยากรทุก ๆ อย่าง ทั้งนี้เพราะ ตำแหน่งที่ตัวเองได้วางบ้าน, ข้อกำหนดที่ทำให้เกิดการกระจายความได้เปรียบเสียเปรียบตั้งแต่ต้นเกม รวมทั้ง "ตัวเลข" ที่ได้ ล้วนแต่มีผลกับ "ทรัพยากร" ที่จะได้มาทั้งสิ้น บางคนรวยทรัพยากรอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว บางคนโชคดีอาจรวยสักสองอย่าง แต่ที่สุดแล้ว แต่ละคนมักมีอาการ ขาด ๆ เกิน ๆ ไม่สมประกอบอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่การจะสร้างบ้านเมือง เอาแต้มได้ ผู้เล่นทุกคนจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรทุก ๆ อย่างประกอบกัน กฎของ Catan จึงมีอยู่ว่า อนุญาตให้ผู้เล่น สามารถต่อรอง เพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากร หรือ แม้แต่ ต่อรองการเลือกทำเลทองต่าง ๆ กับผู้เล่นคนอื่น ๆ ได้ ในรูปแบบไม่จำกัด เมื่อ "คิวได้ทอยลูกเต๋า" เวียนมาถึง ผู้ทอยเต๋าคนนั้น จะเป็นคนเดียวในตอนนั้น ที่มีสิทธิตัดสินใจว่า จะใช้ทรัพยาที่มีอยู่ในมือ สร้างอะไรหรือไม่ หรือ อยากจะต่อรอง แลกเปลี่ยนทรัพยากรของตัวกับผู้เล่นคนอื่น ๆ คนไหนก็ทำได้ ในทางกลับกัน ผู้เล่นคนอื่น ๆ ที่เหลือ อาจ "ยื่นข้อเสนอ" กับ "ผู้ทอยเต๋า" ก็ได้ว่า อยากแลกเปลี่ยนอะไรกับเขาหรือไม่ ? เช่น ก เป็นคนทอย ทอยแล้ว ก มีสิทธิตัดสินใจว่าจะทำอะไรบ้างในรอบนี้ ก อยากสร้างเมือง แต่ในมือ ก มีทรัพยากรใช้สร้างเมืองไม่ครบ ในขณะที่ ข อยากสร้างบ้าน (ตอนตัวเองจะทอยเต๋าต่อ) แต่ในมือตอนนั้นของไม่ครบเหมือนกัน ทั้งคู่ก็อาจมาตกลงเพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากรกัน ...โดยจะตกลงกัน แบบหนึ่งต่อหนึ่ง หรือ หนึ่งใบแลกสอง หรือ มากกว่านั้น ก็ว่ากันตามสะดวก การตกลงเพื่อผสานผลประโยชน์ลักษณะนี้ เกิดขึ้นได้ในทุก ๆ ขั้นตอนของเกมครับ ตั้งแต่ ตอนเริ่มต้นเกม ว่าจะวางแบ่ง ๆ ทรัพยากรกันได้หรือไม่ ?, ตกลงเรื่องเส้นทางขยายบ้านเมือง ว่าจะไม่ขัดขากันเอง, ตกลงแลกเปลี่ยนทรัพยากร ...เหล่านี้ ล้วนเป็นเรื่องที่ Catan จงใจให้เกิดขึ้นทั้งสิ้น ซึ่งแน่นอน ข้อเสนอเหล่านั้น มักวางอยู่บน "ผลประโยชน์" ของ "ผู้เสนอ" เป็นหลัก ส่วนจะได้รับการ "ตอบสนอง" จากผู้เล่นคนอื่น ๆ หรือไม่ ก็ประกอบไปด้วยหลายปัจจัย อาทิ ผู้ตอบสนองได้ประโยชน์เหมือนกัน, ผู้สนองอยากช่วย, ผู้สนองหวังผลต่อไปในภายหน้า (ครั้งนี้ฉันให้แลก แต่ ครัั้งหน้าเธอต้องให้ฉันแลกบ้าง) ลักษณะการตอบสนองเพื่อ "ตอบแทนกันระยะยาว" หรือ "สร้างความสัมพันธ์ หรือ พันธะบางอย่างระหว่างกัน" ในเกม Catan เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่เรื่องแบบนี้ไม่อาจเกิดกับทุกคนที่เล่นเกมได้ นะครับ !! เพราะ มันเกี่ยวพันกับ "วิธีคิด" "บุคลิกลักษณะนิสัยส่วนตัว" และ "มุมมองต่อการเล่นเกมอะไรสักเกม" ของแต่ละคน ....เท่าที่สังเกต วิธีการดังกล่าว มักเกิดกับคนที่ มองเกมในภาพรวม, ให้น้ำหนักกับการต่อรองในระยะยาว มากกว่าเรื่องเฉพาะหน้า (สำหรับการทอยเต๋าในรอบอื่น ๆ อีกหลายรอบ ไม่ใช่เฉพาะตอนนั้น หรือ มองแค่รอบนั้น), เป็นคนที่เล่นเกมโดยไม่ได้จับจดอยู่แต่กับ "ประโยชน์ส่วนตัว" หรือ "จ้องจะเอาชนะ" แต่เพียงอย่างเดียว แต่ยินดีให้ผลประโยชน์กับคนอื่น ๆ บ้าง เพื่อหวัง "ประโยชน์ร่วมกัน" ในภาพรวม (อย่างน้อยก็ทำให้เกมสูสี หรือ สนุกสนานขึ้น) ที่สำคัญ มักเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ไม่เลวนัก เข้ากับคนอื่น ๆ ได้ และให้ความสำคัญ (มากบ้าง น้อยบ้าง แต่ก็ให้) กับการสร้าง "ความสัมพันธ์ และบรรยากาศอันดีกับผู้เล่นเกมคนอื่น ๆ" จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ไปกันได้ดีครับ กับ "ทฤษฎีเกม" และ "เกมยื่นคำขาด" (ที่ผมเองก็พึ่งได้อ่านจากหนังสือ คนไม่ใช่สัตว์เศรษฐกิจ ของ ปกป้อง จันวิทย์ เมื่อไม่นานมานี้ ทั้ง ๆ ที่เค้าออกมาตั้งนานแย้ว...โบว์ก็เขียนถึงไปหน่อยหนึ่งในบล็อกตอน สงครามเอกสารภาค 2) ที่มีแกนหลักอยู่ที่ว่า "ผลประโยชน์สูงสุดของตัวเอง" อาจไม่ใช่ปัจจัยเดียว ก็ได้ ในการตัดสินใจเพื่ออะไรสักอย่างของคน ๆ หนึ่ง หากแต่ยังมีปัจจัยในเรื่องอื่น ๆ อาทิ สังคม ความเชื่อ วัฒนธรรม นิสัย ความสัมพันธ์กับชุมชน มนุษยธรรมส่วนตัว สำนึกต่อสังคม และการมองผลประโยชน์โดยรวม มาเป็นตัวกำหนด และขับเคลื่อนการตัดสินใจนั้น ๆ ผมขอเขียนเล่าถึง "เกมยื่นคำขาด" (Ultimatum Game) ตามที่อยู่ในหนังสือ เพราะแอบชอบมากมาย และคิดว่ามีประโยชน์มาก (ท่านใดอ่านแล้วอย่างว่ากันนะครับ) ดังนี้
ให้ลองนึกภาพของเกมที่มีผู้เล่นแค่เพียง 2 คน ดู โดยคนหนึ่งรับบทเป็น "ผู้ยื่นข้อเสนอ" อีกคนเป็น "ผู้รับข้อเสนอ" และตัดสินใจว่าตัวจะ "ตอบรับ" หรือ "ปฏิเสธ" โดยเกมจะเป็นเรื่องของการ "แบ่งสมบัติบางอย่าง" ตัวอย่างง่ายสุด ก็คือ "เงิน" คราวนี้ ก็ลองเอามาปรับกับ สิ่งที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการต่อรองผลประโยชน์ในเกม Catan บ้าง ซึ่งผมพบว่า นอกจาก มีการผสานผลประโยชน์ แบบ "ต่างตอบแทน" แล้ว ปรากฎการณ์แบบ "ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" ก็มักเกิดขึ้นอยู่เนือง ๆ (ครั้งที่แล้ว ฉันขอแลก แต่แกไม่ให้ ทั้ง ๆ ที่ให้ได้ ...ดังนั้น ครั้งนี้แกขอฉัน ฉันก็ไม่ให้เหมือนกัน) บางครั้ง มีการให้แบบ "ใจบุญ" ปรากฎขึ้นบ้าง ในขณะที่การเล่นด้วยความรู้สึก "อิจฉาตาร้อน" ทำนอง ถ้าฉันไม่ได้อะไร แกก็อย่าหวังจะได้ประโยชน์ หรือถ้ายอมแลกแล้ว ฉันไม่ได้ไม่เสีย แต่ "แกได้" ฉันก็จะไม่ให้แลก... แบบนี้ ก็มีให้เห็นเป็นครั้งคราว เดี๋ยวนี้ เวลาที่ผมเล่น Catan ผมมักนึกถึง เกมยื่นคำขาด (กับ ทฤษฏีเกม ที่ว่า "ประโยชน์สูงสุดโดยรวม" มักไม่ได้มาจากการที่ใครคนใดคนหนึ่งได้ประโยชน์สูงสุดอยู่เพียงคนหนึ่ง แต่มาจากการต้อง ยอม หรือ ลดทอนประโยชน์ของตัวเองลงบ้าง เพื่อการผสานให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดสำหรับ "ทุก ๆ คน" ร่วมกัน) อยู่เสมอ ๆ เพราะแอบสนุกดีเหมือนกันครับ กับการหยิบ "แรงจูงใจ" (สี่ประเภท) ที่ว่า มาพิจารณาพฤติกรรม "ตัวเอง" รวมทั้ง จัดแบ่งประเภทของ "คนที่เล่นด้วย" ดูบ้าง (แต่แน่ล่ะครับ แค่สิ่งที่แสดงออกมาทางเกม ก็วัดอะไรได้ไม่ทั้งหมดหรอก คงต้องดูอย่างอื่น ๆ ประกอบด้วย) ซึ่งผมพบว่า ผมเล่นแบบ ต่างตอบแทน กับตาต่อตา ฟันต่อฟัน อยู่บ่อย ๆ ...ใจบุญ แทบไม่มี (555) แต่ อิจฉาตาร้อน นี่ยังไม่เคยแฮะ (ไม่แน่ใจ... คงต้องให้คนอื่นวิเคราะห์มั่ง) แต่ควรต้องบอกครับว่า หลายครั้ง ผมเล่นเกมนี้โดยไม่ได้คิดว่า ฉันจะต้องชนะ หรือ คนอื่นจะเหนือกว่าฉันไม่ได้ (คงเป็นนักเล่นเกมที่ไม่ดีเท่าไหร่) แต่ที่ผมเล่น ก็ผมเพราะอยากได้ ความสนุก ผ่อนคลาย บรรยากาศสรวลเสเฮฮาระหว่างหมู่คนเล่นด้วยกัน มากกว่า (ก็แหม มันก็แค่เกมน่ะครับ จะซีเรียสอะไรกับมันนักหนา) และผมออกจะเบื่อหน่ายด้วยซ้ำ เมื่อพบว่า เล่นไป ก็ต้องทะเลาะกันไป หรือ มีใครในวงบาดหมางกัน (แม้จะในระยะเวลาสั้น ๆ ก็ตามที)
ธรรมชาติของการเล่น "เกมกระดาษ" หรือ "เกมกล่อง" ทุกเกม ที่เหนือกว่า "เกมคอมพิวเตอร์" และผมถือเป็น "ข้อดี" ก็คือ การที่ต้องลงมานั่งเล่นล้อมวงกัน นี่แหละครับ เพราะ มันเอื้อต่อ "การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์" ด้วยกันเอง เราได้เห็นหน้ากัน เราได้พูดคุยกัน บางที ในระหว่างรอเวลาที่ยังเวียนมาไม่ถึงตาเรา เราก็คุยเรื่องสรรพเพเหระให้กันและกันฟังได้ กระชับมิตรกันได้ (เอ...แต่ก็คงมีเหมือนกัน ที่กลับบาดหมางกันมากขึ้น) การเล่มเกมพวกนี้ มีความจำเป็น หรือ ควรหรือ ที่แต่ละคนต้องคิดถึง หรือจดจ่ออยู่แต่กับ "ชัยชนะ" ของตัวเอง โดยไม่สนใจความรู้สึกของผู้เล่นคนอื่น จนบางทีก็ลืมที่จะสานความสัมพันธ์อันดีกับคนที่ร่วมวงเล่นอยู่ด้วย ....ซึ่งผมว่า บรรดาผู้คิดเกมกล่องทั้งหลาย รวมทั้ง Klaus Teuber เอง คงไม่ได้มีเป้าหมายให้ คนเล่น ต้องฟาดฟันเพื่อเอาชนะ คะคาน กันขนาดนั้น ดอกกระมัง คิคิ...แล้วก็เชื่อสิครับว่า Die Siedler von Catan เป็น เกมกล่องเชิงเศรษฐศาสตร์ ที่ให้อะไรเรามากกว่า เกมกล่องทั่ว ๆ ไป อยู่มากโข ทีเดียว ว่าแล้ว ก็คงต้องซื้อกลับเมืองไทยไปขอเล่นกับ "อาจารย์ในคณะ ฯ" ดูมั่ง เผื่อจะสร้างความปรองดองให้เพิ่มขึ้น หรือตัดสินใจได้ว่า ควร "ร่วมงาน" กับอาจารย์ท่านไหนดี (ฮา ฮา) ปล. นี่ผมไม่ได้ค่าโฆษณาใด ๆ จากบริษัทเค้าเลยนะ... |
|
20 Aug 07 | by | tags บันเทิง เกร็ดชีวิต เยอรมัน นานาสารพัน เกมกระดาษ เกมกล่อง พฤติกรรม เศรษฐศาสตร์
<<การเขียนโมดูลสำหรับ Python ด้วย Pyrex และ F2Py บน Windows || Allgaeu-MultiTour>>
เชกูวารา
อิอิ เยอรมันก็ติด SUDOKU แหะ ๆ คุณ Noka หมายถึงอันนี้ใช่เปล่าครับ :) กันพักใหญ่ครับ มีทั้งหนังสือ ทั้งเกมกระดาษ (มีด้วย) ออกมาขายเกลื่อนไปหมด ผมก็ติดงอม มะ แงม ไม่เป็นอันหลับอันนอนเหมียนกัน ช่วงนั้น ส่วนเจ้า Catan นี่ ถ้าลงมือเล่นทีไร ไม่เคยต่ำกว่า สอง เกมสักที (ฮ่า ฮ่า) อ้อ ที่เว็บ Catan.com มีแบบออนไลน์ให้เล่นด้วยนะครับ...ลองดูได้ (แต่ผมก็ยังไม่เคยเหมียนกัน) |
พี่แปง
เกมส์กล่องเมืองนอกมีลิขสิทธิ์แพงเกิน อย่าง UNO ก็กล่องละเป็นพันบาท จะซื้อทีต้องคิดหนัก ที่บ้านมีแค่ Memory กับ rumy ราคาถูกสุดที่หาได้ก็ 3-4 ร้อยแล้ว เจ้าตัวเล็กพึ่งทำหายไปสองใบ ที่สุดแห่งความเครียด เล่นทีหัวหงอกไปหลายเส้นต้อง friend เกมส์ที่ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร ขนาดไม่มีการพนันเ้ข้ามาเกี่ยวจะวางไพ่แต่ละทีตีนกาขึ้นไปหลายตีนเลย |
เชกูวารา
พูดถึงเรื่องกินตังค์นี่ แถว ๆ นี้ก็เล่นกันอยู่พักหนึ่งครับคุณ mk เครียดเอาเรื่องเหมือนกัน แม้จะกินกันแค่พอสนุก ก็ตาม แต่...จะเรียกเกมกล่อง คงไม่ถนัดปาก (คิคิ) พี่แปง คงทราบสถานการณ์ "บ้าเล่น" ของคนเยอรมันในเรื่องนี้เหมือนกัน "โ ป ๊ ก เ ก อ ร์" ไง :D ที่บ้านผมมีชุดกลาง ๆ ใส่กล่องไม้อย่างดี ผ้ารอง ไพ่สองสำรับ กับ ชิ๊พอีกกองพะเนิน ...รวมพลกันมาก ๆ เมื่อไหร่ ก็เป็นไม่พ้นเจ้า "ล้อมวง" อันนี้ แหมวงหนึ่งเล่นสัก 5 คน ค่าเกมคนละ 2 ยูโร คนอยู่สุดท้ายได้ไป นี่ก็กินข้าวได้สองมื้อแล้ว แต่ว่าก็ว่า ไอ้โป๊กเกอร์ นี่มัน สนุกกว่า ป๊อกเด้ง เยอะเลย 5555 สมัยม. ปลาย นี่ผมยังเล่นอะไรไม่เป็นเลยครับคุณ ABZee นอกจาก เกมเศรษฐี บันไดงู กับ กบดำกบแดง :) |
chan
คิดถึง Sieder von Catan เหมือนกัน เคยคนกลับมาเมืองไทยครบ ๔ ชุด แต่หาคนเล่นด้วยไม่ได้ เพราะต้องรู้ภาษาเยอรมันบ้างในใบคำสั่ง นักศึกษาไทยที่ซาร์บรึคเคนเคยติดเกมนี้กันงอมแงม ช่วงแรกที่เริ่มเล่นเห็นจะเป็นหน้าหนาว ซึ่งเข้าใจได้ไม่ยากว่าเกมเหล่านี้เป็นที่โปรดปรานของชาวยุโรปอย่างไร เล่นใหม่ๆ บางคนกระทืบเท้าสะบัดหน้าออกจากวงกลางคันก็มี พอเล่นไปเล่นไป มีคนใหม่เข้ามา พวกเซียนก็จะยิ้มๆ บอกว่า "วิธีเล่นให้รอดก็คืออย่าก่อศัตรู" แต่เวลาดูคนเยอรมันเล่นแข่งกัน รู้สึกจะเล่นกันอย่างเอาเป็นเอาตายมาก อีกเกมที่น่าสนุกก็คือ Risiko แต่ว่าคนที่ชอบเล่นเกมหนุกๆ อบอุ่นๆ แบบซี้ดเลอร์ไม่ใคร่ชอบเท่าไหร่ เพราะเป็นเกมวางกลยุทธการรบ คนที่ชอบเล่นส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้ชาย และเล่นทีไรต้องใช้เวลามากกว่าสามชั่วโมงทุกครั้ง เกมนี้จึงไม่ค่อยมีคนยอมเล่นด้วย เพราะเป็นเกมก่อศัตรูโดยแท้ เกมกล่องพวกนี้ ห้องสมุดประจำเมืองบางแห่งมีให้ยืม ช่วงเทศกาลอย่างคริสต์มาส ผู้ปกครองเข้าแถวยืมกันเต็ม เอากลับไปเล่นที่บ้าน แน่ล่ะ ราคาเกมไม่ถูกเลย แต่ว่าถ้าเทียบกับความสนุกอย่างอื่นในเยอรมัน ราคาต่อหน่วยความสนุกก็ไม่ถือว่าแพงนัก ส่วนคนที่อยากนำมาผลิตซ้ำเมืองไทย ถ้าผลิตแบบครอบครัวก็ใช้ถ่ายเอกสารสีแปะกระดาษแข็งมากหรือไม้ไปเลย (ฮ่า) ถ้าผลิตแบบอุตสาหกรรม ใครช่วยคิดได้บ้าง กระดาษแข็งอัดกันหลายชั้นคุณภาพแบบเยอรมันน่ะ เขาทำกันยังไง? ด้วยความระลึกถึงยิ่ง |
เชกูวารา
สวัสดีครับพี่ Chan :D ได้ยินมาหนาหูเหมือนกันว่า Risiko นี่มันระเบิดระเบ้อ เคยมองแล้วมองอีกหลายครั้งแต่สู้ราคาไม่ไหว ถีบไปสูงเกือบ 60 ยูโร จะซื้อมาเล่นแบบนาน ๆ คุ้ม ๆ เห็นทีคงต้องมีห้องชมรมอะไรสักอย่างของเมือง เก็บเงินคนละเล็กละน้อย ซื้อมาคลายเครียด (หรือเพิ่มหว่า) กับฝึกสมอง แล้วก็สร้างศัตรู เอ้ย สัมพันธ์ 555 เคยแอบคิดว่า ถ้ากระทรวงพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (สินะครับ) กับ กระทรวงวัฒนธรรม (ไทย...ฮะ ฮะ ไม่ใช่) ละความสนใจจากเรื่อง "การแต่งกายด้วยผ้าไทย" กับ "การตั้งชื่อลูก" หรือตีอกชกหัวกับ "แอ๊บแบ๊ว" ลงหน่อย แล้วเอาเงินไปทำวิจัย พัฒนาเรื่องพวกนี้ หรือ ในขอบเขตอื่น ๆ ซะบ้าง หันมาสนใจ สนับสนุน "กิจกรรมรวมหมู่" ที่ได้ทั้งฝึกสมอง แล้วก็เอื้อต่อการทำความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ หาพื้นที่กิจกรรมดี ๆ ให้เด็กได้แสดงออก (แทนที่จะด่าทออย่างเดียว...โดยไม่ด่าตัวเอง...ฮา) วัฒนธรรมแบบไทย ๆ อาจจะน่าพิศมัยกว่านี้ ก็เป็นได้ กลับเมืองไทยครั้งที่แล้ว ตอนชิ่งหนี คอม กับ โมเด็ม ที่บ้าน ไปนั่งเล่นเน็ทในอินเทอร์เน็ตค่าเฟ่ เล่นอยู่ดี ๆ ตกใจ...เฮ้ย เด็กตัวเล็กนิดเดียว (4-5 ขวบกระมัง) มานั่งกดยิงเปี๊ยง ๆ ป้าง ๆ ก๊ะใครก็ไม่รู้ที่อยู่อีกฝั่งในเกมคอม หน้าดำคร่ำเครียด ....ถ้าเป็นผม เอาเงิน 15 บาท ค่าชั่วโมงนั่นไปซื้อ "ขนมห่อ" นั่งกินเล่นกะเพื่อน ๆ แล้ว อวดของแถมในถุงดีก่า....(แม้จะเป็นกิจกรรมที่ไม่ค่อยดีกว่าเท่าไหร่เลยก็เถอะ...คิคิ) อ้อ...พูดถึงความหนาของกระดาษ กับความแข็งแรงคงทนของเกมแบบนี้ พอนึกภาพออกครับ...555 เพราะจำได้ว่า เกมเศรษฐีที่เล่นกับพ่อ แม่ แล้วก็พี่ชาย สมัยเด็ก ติดสก๊อตเทปตรงรอยพับจนหนา แทบมองไม่เห็นช่องจังหวัดที่อยู่ตรงรอยนั้น...สุดท้าย พ่อเลยหากระดาษแข็งมาลอกใหม่ พอทำได้ ก็เลยได้ใจ ทำใหญ่ คิดกันเอง ปรับเปลี่ยนเป็น "เกมเศรษฐีกีฬา" แทนที่จะซื้อที่ดินกับบ้าน ก็เป็นซื้อ อุปกรณ์กีฬากับโรงยิม...เอ้อ เฮ้ย สนุกดี :D.... |
บุญ
ขอบคุณคุณเชกูวารา ที่แนะนำเกมดีๆหายากให้รู้จัก แค่อ่านตามยังรู้สึกสนุกไปด้วยเลย อ้อ ขอเชิญคุณเชและเพื่อนๆ แห่งbiolawcom เข้าไปเที่ยวชม palawat.comโฉมใหม่ และกรุณาให้คำแนะนำติชมด้วย |
ช่วงหลายเดือนมานี้ ยามเครียด ๆ หรือพอมีเวลาว่างหน่อย ผมมักชวนเพื่อนฝูงหรือรุ่นน้องมาล้อมวงเล่นเกม
เขียนไม่ผิดหรอกครับ "ล้อมวงเล่นเกม" เพราะเกมที่ผมเล่นกัน ไม่ใช่เกมคอมพิวเตอร์ ที่ไม่จำเป็นต้อง "นั่งล้อมวง" หรือที่แค่เรานั่งทำเสียง
ก๊อก ๆ แก๊ก ๆ อยู่หน้าคอมตัวเองคนเดียว ก็สามารถเล่นกับใครต่อใคร ที่อาจอยู่คนเดียวที่หน้าจอคอม ฯ เหมือนกัน แต่นั่งห่างออกไปอีกพัน ๆ ไมล์ ได้ 



Noka
น่าเล่น น่าลองมากๆ ดูยากซักหน่อย แต่น่าจะสนุกและสามารถสานสัมพันธ์กับเพื่อนฝูง (หากไม่ตบตีกันซะก่อน) ...เอื้อให้มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับมนุษย์มนาคนอื่น เคยเล่นเกมต่อตัวอักษร (Scrabble) ที่ไม่ได้มีกฏเกณฑ์อะไรมาก เวลาเล่นกันยังติดและสนุกเลย... แต่เวลานี้ติด Sukudo ที่เล่นฟรีบนเนตงอมแงม คิดในแง่ดี มันก็ช่วยลับสมองเล็กๆอ่ะนะ...
21 Aug 07