ComBioLaw.De » Blog » ภาพยนตร์สั้น

เหมือนเคย : The Way We Live

imageช่วงสามสี่วันที่ผ่านมา พวกผมโดดงานไปเที่ยว เทศกาลหนังสั้นระหว่างประเทศ (International Short Film Festival "Wie wir leben") มาครับ ชื่อเทศกาล คือ “The Way We Live” หรือ Wie wir leben จัดกัน 2 ปีครั้ง และเริ่มจัดกันมาตั้งแต่ปี 1995 แล้ว โดย สมาคมผู้พิการและสื่อ (Disability and Media Association) ครั้งนี้เป็น ครั้งที่ 6 จัดที่ พิพิธภัฑณ์ภาพยนตร์ เมืองมิวนิค งานเริ่มวันที่ 7 ถึง 10 พฤศจิกายน 2550 โดยจะมีการแบ่งฉายหนังสั้นที่ส่งเข้ามาประกวดทั้งหมด 27 เรื่อง จาก 16 ประเทศ ซึ่งผ่านรอบคัดเลือกมาแล้วจากหนังกว่า 350 เรื่องจาก 47 ประเทศทั่วโลก โดยภาพยนตร์ที่เข้าประกวดเหล่านี้ ล้วนแต่มีประเด็นที่สอดคล้องกับชื่องาน คือ เกี่ยวกับการดำรงชีวิต และความรู้สึกของผู้พิการ ผู้ป่วยทางกาย หรือผู้ป่วยทางจิต

อย่างไรก็ตาม ในความตั้งใจของผู้จัด คำว่า “The Way We Live” ในที่นี้ ยังหมายรวมถึง วิถีทางที่เราทุกคนจะสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้ ด้วย ครับ ดังนั้น หนังสั้นที่ส่งเข้ามาทุก ๆ ปีจึงมักเป็นเรื่องราวชีวิต และความสัมพันธ์ของผู้คนในหลากสถานะ ไม่ว่าจะเป็น ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว พ่อแม่ลูก สามีภรรยา, ระหว่างเยาวชนกับคนชรา หรือ ผู้ดูแลกับผู้ป่วย ฯลฯ

แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้พวกผมสนใจงานนี้ยิ่งขึ้นไปอีก คือ ครั้งนี้มีหนังสั้นของผู้กำกับไทย ผ่านเข้ารอบด้วยเรื่องหนึ่ง ชื่อ...

บันเทิง บันเทิง

11 Nov 07 | by เชกูวารา | tags บันเทิง เกร็ดชีวิต เยอรมัน เหมือนเคย ภาพยนตร์สั้น เทศกาลหนัง คนพิการ ประเทศเยอรมนี

read 3763 comments 15 read more

มัทนา

ขอบคุณมากๆที่เขียนเรื่องนี้ ขออนุญาตนำไปบอกต่อค่ะ

ดูแล้วนึกชื่นชมทั้งคนทำหนังและนักแสดงค่ะ คิดในใจว่า ไป cast มาจากไหน เก่งจริงๆ

เป็นหนังที่จะช่วยทำให้คนเข้าใจความรักแท้ได้ดีมากๆ

คนที่ดูเรื่องนี้โดยมากอาจ"เศร้า"

แต่ส่วนตัวเห็นว่า มันสื่อถึง ความสุข ความโชคดี (ที่เจอคนที่รักกัน) และ ความเข้าใจในภาวะสมองเสื่อมว่าเราอยู่กับมันได้

สำหรับคนที่ได้เห็นความเป็นจริง(อันยากที่จะทำใจ)ของกลุ่มอาการโรคสมองเสื่อมเป็นประจำแล้ว

เรื่องราวที่นำมาสื่อยังอยู่ในระดับที่ธรรมดามากๆค่ะ เรื่องเศร้ากว่านี้มีอีกมากนัก หนังไม่บีบคั้นหัวใจเท่าไหร่ค่ะ

ซึ่งจริงๆก็กลับกลายเป็นข้อดีของหนังไปอีกแบบค่ะ ไม่ใช่ข้อเสีย

คือดูแล้วไม่ได้รู้สึกว่าคนทำกำลัง "พยายามมากเกินไป"

หนังดูเป็นธรรมดาธรรมชาติดีค่ะ

ถ้ายังได้คุยกับคุณ ศิวโรจณ์ ก็ฝากความชื่นชมไปด้วยนะคะ

การที่จะรู้ว่าเราดูหนังแล้วชอบไม่ชอบ criteria อย่างนึงคือดูตัวเองว่าหนังจบแล้วอ่าน credit รึเปล่า

เรื่องนี่อ่าน credit แล้วยังย้อน rewind กลับไปเพื่อดูรายชื่อนักแสดงด้วยค่ะ

19 Nov 07

เชกูวารา

จริง ๆ ตอนนี้พวกผมก็ยังติดต่อกับคุณกานต์อยู่ครับ :) คอยส่งข่าวไปด้วยว่า ที่บล็อกนี่มีคนดูชอบหนังเขาอยู่ด้วยจำนวนหนึ่ง  สำหรับเรื่องนี้ จากที่คุยกัน ผู้กำกับเองเค้าก็ตั้งใจให้เป็น หนังรัก (ระหว่างคนชรา) มากกว่า หนังเศร้า อย่างที่คุณมัทนากล่าว

อีกอย่าง คือ เขาเองไม่อยากสร้างหนังที่เกี่ยวกับคนที่เป็นโรค หรือ คนพิการ แบบหยิบเอาความลำบาก ความน่าสงสาร มาโชว์เพื่อสร้างความสลดหดหู่ ขึ้นไปอีก  เพราะ เรื่องแบบนี้ คนปกติเองก็น่าจะรับรู้ได้อยู่แล้ว หรือพูดง่าย ๆ ว่า โลกจริง ๆ มันเศร้าพออยู่แล้ว จึงตั้งใจนำเสนอภาพอีกด้านหนึ่ง ที่เกี่ยวพันกับความรัก และความดูแลเอาใจใส่ของอีกฝ่ายออกมาแทน ซึ่งตรงนี้เองอาจเป็นอีกจุดหนึ่งครับ ที่ทำให้หนังดูแตกต่างไปจากหนังอีกหลาย ๆ เรื่องที่ฉายในงาน

จะว่าไป (ขอเล่าเพิ่ม) เพราะในงานมีหนังจากอังกฤษอยู่สองสามเรื่องเหมือนกัน ที่เทคนิค วิธีการถ่ายทำ รวมทั้งนักแสดงดูมืออาชีพ และสร้างได้ดีมาก แต่สิ่งที่นำเสนอ จะออกมาคล้าย ๆ หรือ เหมือนกับเรื่องอื่น ๆ คือ นำเสนอความน่าสงสาร ความโดดเดี่ยว หรือไม่ก็การไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้  เพื่อดึงเรื่องว่า  ต้องมีคนคอยดูแล เอาใจใส่  จนที่สุดดูไปดูมา ธีมหนังเลยดีดกลับไปโฟกัส และจดจ่ออยู่กับ "คนปกติ" หรือ "คนดูแล" มากกว่า คนพิการ หรือเป็นโรค...ตอนแรก พวกผมเองยังเสียดายว่า ทำไมหนังค่ายอังกฤษไม่ได้รางวัลเลย แต่พอมาคิดดู ก็เป็นไปได้เหมือนกันว่าจะเกิดจากประเด็นพวกนี้

19 Nov 07

คนผ่านมา

ล้ายๆ้เรื่อง The Notebook ของ Nicholas Sparks มากๆ

แต่แบบตัดตอนเรื่อง The Notebook มาช่วงนึงมาทำหนัง

21 Nov 07

คนผ่านมา

คล้ายๆ ไม่ใช่ ล้ายๆ  พิมท์ตกตะกี้

ลืมบอกว่า ฝากถามคุณ ศิวโรจณ์ คงสกุล หน่อยสิคะว่าได้ไอเดียมาจากหนังสือ The Notebook หรือเปล่า

21 Nov 07

WSA

เป็นหนังสั้นที่บรรยายความรู้สึกได้ดีมากๆเลยค่ะ ซึ้งมากๆ น้ำตาซึมเลย เป็นความรักที่ยั่งยืนและมั่นคงมากๆ

28 Nov 07

ความคิดเห็น (click here to comment)

Search

Navigation

รวมลิงก์น่าสนใจ

ความเคลื่อนไหว

Login