ComBioLaw.De » Blog » ไอที » ใครเขาใช้ Linux กัน ?

ใครเขาใช้ Linux กัน ?

imageช่วงนี้ใน blognone มีการถกกันเรื่อง Linux ติด ๆ กันสองครั้ง ครั้งแรกเมื่อมีคนตั้งคำถามว่า "ลินุกซ์ในปัจจุบันสามารถใช้แทนวินโดว์ได้อย่างสนิทใจหรือไม่(ในการใช้งานสำหรับพนักงาน ข้าราชการ บุคคลทั่วไป และนักเรียน นักศึกษา" ก็มีคนมาตอบกันอย่างล้นหลามจนถึงตอนนี้ และ ประเด็นก็ร้อนขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อคุณ infernohellion เข้ามาโพสต์ข่าวในหัวข้อ "รัฐบาลเวียดนามออกคำสั่ง หน่วยงานต้องใช้ Linux ทั้งหมด!" ทีแรกผมคิดจะร่วมวงสนทนาในหัวข้อข่าวเหมือนกัน แต่เขียนไปเขียนมายาว เลยมาเขียนเป็นบล็อกดีกว่า

การถกกันในหัวข้อเรื่อง "Linux" ก็หนีไม่พ้นประเด็น Windows vs. Linux ที่ถกกันกี่ครั้ง ๆ สุดท้ายก็กลายเป็นสงครามย่อย ๆ ทุกครั้งไป (เคยเห็น Apple vs. PC ซึ่งก็คือ Mac OS vs. Windows อยู่บ้าง แต่ไม่เคยเห็น Mac OS vs. Linux แฮะ) สาเหตุก็เพราะว่า ทุกคนมีจุดยืนและความเชื่อของตัวเอง ไม่ว่าฝ่ายไหนจะอ้างเหตุผลยังไง อีกฝ่ายก็ไม่ฟังอยู่ดี (ผมหมายถึงทั้งสองฝ่าย และตัวผมเองด้วย) บทสรุปของผมในเรื่องนี้คือ "ตัวใครตัวมัน" แม้ผมจะคิดว่า Linux ในตอนนี้ใช้ง่ายกว่า, ดูแลง่ายกว่า, effective กว่า Windows แต่มันก็เป็นอะไรที่ subjective และสำหรับคนที่ใช้ Windows ยังไงผมก็ทำให้เขาเชื่อผมไม่ได้

ประเด็นที่ผมคิดว่าน่าสนใจกว่า OS ไหนดีกว่ากัน ระหว่าง Linux กับ Windows คือ ทำไมมีหน่วยงานรัฐบาลหลาย ๆ ประเทศ (รวมถึงประเทศไทยด้วย) พยายามที่จะใช้ Linux และ Open Source และทำไมหน่วยงายในประเทศอื่น ๆ ทำสำเร็จ แต่หน่วยงานในประเทศไทย ไม่เห็นวี่แววของความสำเร็จอแม้แต่น้อย ?

ก่อนอื่นเรามาดูข้อมูลกันก่อนครับว่า มีหน่วยงานรัฐบาลของประเทศไหนใช้ Linux กันบ้าง ...

ไอที ไอที

bow_der_kleine bow_der_kleine

imageตามข้อมูลใน Linux in Government ของ Linux Online จะเห็นได้ว่ามีหน่วยงานรัฐบาลต่าง ๆ ทั่วโลกประมาณ 40 หน่วยงาน เลือกใช้ Linux เป็นระบบปฏิบัติการหลักของหน่วยงาน ทั้งในประเทศที่เจริญแล้ว และประเทศที่กำลังพัฒนา และผมเชื่อว่าจำนวนหน่วยงานเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในแถบยุโรป เมื่อทาง EU ออกมาให้ท้าย Open Source กลาย ๆ ว่า Open Source มีผลทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น และล่าสุดทางรัฐบาลเวียดนามก็ประกาศใช้ Linux แบบยกแผง (ตามข่าวใน blognone) ซึ่งเราก็ต้องรอดูผลงาน ว่ารัฐบาลเวียดนามจะประสบความสำเร็จเพียงใดในเรื่องนี้ แต่ผมเชื่อมั่นว่าทางรัฐบาลเวียดนามจะทำสำเร็จ เหมือนกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก

สำหรับเหตุผลที่หน่วยงานของรัฐหันมาใช้ Linux เป็นระบบปฏิบัติการหลัก ผมคิดว่ามีด้วยกันหลายเหตุผล แต่เหตุผลที่มีการอ้างถึงกันมากคือ

1 ค่าใช้จ่าย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องมองการณ์ไกลกันพอสมควร แม้ว่า Linux จะเป็นระบบปฏิบัติการแบบ Open Source ที่นำมาใช้ได้เลย โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่เอาเข้าจริง เวลานำมาใช้งานในองค์กรณ์ใหญ่ ๆ ค่าใช้จ่ายในการใช้งาน Linux ไม่ได้น้อยกว่าการใช้งาน Windows เลย เพราะต้องมีการย้ายข้อมูล และต้องมีการฝึกอบรบพนักงาน แต่ค่าใช้จ่ายทั้งหมด เป็นการจ่ายครั้งดียว หลังจากทุกอย่างลงตัว หน่วยงานก็แทบไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ อีกเลย

2 ความเป็นอิสรภาพของหน่วยงาน สำหรับเรื่องนี้ หลาย ๆ หน่วยงานให้ความสำคัญมากกว่าเหตุผลเรื่องค่าใช้จ่ายเสียด้วยซ้ำ ลองคิดดูครับว่า หากข้อมูลที่สำคัญสำหรับหน่วยงาน หรืออาจถึงขั้นระดับประเทศ ต้องขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการที่คุณไม่ได้เป็นเจ้าของ ไม่มีสิทธิดูข้างใน ไม่มีสิทธิแก้ไขใด ๆ แล้วเกิดวันหนึ่ง คุณมีปัญหากับเจ้าของระบบปฏิบัติการ คุณจะทำอย่างไร เหตุผลนี้เป็นเหตุผลเดียวกับ ทำไมยุโรปถึงต้องมีระบบ Galieo 

3 เสถียรภาพของระบบ และการดูแล แน่นอนครับว่า ระบบการเก็บข้อมูลต่าง ๆ ต้องการระบบปฏิบัติการที่มีเสถียรภาพที่สูง ผมถามเล่น ๆ ครับ ว่าใครคิดว่า Windows เป็นระบบปฏิบัติการที่มีเสถียรภาพบ้าง ผมคิดว่าคนใช้ Windows ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้คิดเช่นนั้น เมื่อระบบมีเสถียรภาพที่ดี การดูแลก็น้อยลง ค่าใช้จ่ายก็น้อยลง นี่ยังไม่พูดถึง tools ที่ใช้ในการดูแลระบบเครื่อข่ายใหญ่ ๆ นะครับ

imageแม้ว่าผมเองจะใช้ Linux ในการทำงาน และใช้งานต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน แต่ผมก็ไม่ได้คิดว่า Linux เป็นระบบปฏิบัติการที่เหมาะสำหรับทุกคน หรือทุกงาน แต่ในกรณีของหน่วยงานรัฐ ซึ่งไม่ใช่หน่วยงานส่วนตัว การตัดสินใจต่าง ๆ ก็ควรคำนึงถึงผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ด้วย ซึ่งเมื่อพิจรณาในเหตุผลด้านต่าง ๆ ข้างต้นแล้ว การนำ Linux มาใช้งานในหน่วยงานรัฐบาลจึงเป็นเรื่องที่ควรทำ และใช่ว่ารัฐบาล หรือหน่วยงานราชการไทย ไม่เคยคิดที่จะนำ Linux มาใช้งานจริงครับ แต่คิด และพยายามทำหลายรอบแล้ว แต่ไม่สำเร็จต่างหาก ดังจะเห็นได้จาก ความพยายามในการผลักดันโครงการเกี่ยวกับ Linux และ Open Source โครงการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Linux TLE, Office TLE, ซีดี สุริยัน จันทรา

สิ่งที่น่าสนใจคือ ทำไมโครงการเกี่ยวกับ Linux หรือ Open Source ต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ทั้งที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล และมีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง (ทั้ง SIPA และ NECTEC) สาเหตุของเรื่องนี้กว้างมาก ซึ่งผมคนเดียวคงหาคำตอบไม่ได้ทั้งหมด แต่ผมคิดว่าประเด็นหลักของเรื่องนี้คือ โครงการต่าง ๆ ข้างต้น เป็นโครงการที่เน้นให้ประชาชนโดยทั่วไปนำไปใช้งาน และเมื่อนำไปใช้ก็เกิดปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้ง ใช้งานโปรแกรมไม่เป็น ไม่ถนัด ไม่รู้โปรแกรมไหนใช้ทำอะไร ติดตั้งโปรแกรมยังไง ฯลฯ

แม้ว่าผมจะพูดเสมอว่า Linux ใช้งานง่าย แต่การปรับตัวจาก Windows มาใช้งาน Linux ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรม บางทีคนที่ไม่เคยใช้คอมพิวเตอร์มาก่อน อาจใช้ Linux เป็นเร็วกว่าคนที่ใช้ Windows มาก่อน ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ต้องการการสนับสนุน (support) มากมายหลายด้าน ทั้งเอกสาร และการให้คำปรึกษา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ขาดหายไป ในโครงการเหล่านั้น

ผมไม่แน่ใจว่าหากมีโครงการทำนองนี้เกิดขึ้นในต่างประเทศ จะประสบความสำเร็จหรือไม่ เพราะมันเป็นงานช้าง ที่ต้องใช้ระยะเวลายาวนาน และโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ Linux และ Open Source ในต่างประเทศก็ไม่ได้มีลักษณะแนวทางอย่าง Linux TLE หรือ Office TLE ที่พัฒนาปรับแต่งซอพท์แวร์ให้เหมาะสมกับคนในประเทศ แล้วรณรงค์ให้คนทั่วไปใช้งาน แต่จะเป็นไปในลักษณะของการนำ Linux หรือ Open Source ที่มีอยู่แล้ว มาใช้งานจริงในหน่วยงานของรัฐมากกว่า ซึ่งโครงการลักษณะนี้ โอกาสที่จะประสบความสำเร็จมีสูงกว่ามาก เพราะขอบเขตของโครงการแคบกว่า ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนที่ใช้ (ซึ่งก็คือคนที่ทำงานในหน่วยงาน) หรือซอพท์แวร์ที่ทางหน่วยงานต้องการ ทำให้การฝึกอบรม หรือการซัพพอร์ททำได้ง่ายกว่า อีกทั้งปัญหาคลาสสิคอย่างการติดตั้ง หรือการหาไดรเวอร์ก็คงตกไป เพราะหน่วยงานขนาดใหญ่ก็ควรจ้างบริษัทมาติดตั้งให้ และสามารถกำหนดฮาร์ทแวร์ที่เหมาะสมได้

image แต่ทั้งนี้ แนวคิดที่จะนำ Linux มาใช้ในหน่วยงานราชการไทย ก็ใช่ว่าเราจะทำได้สำเร็จอย่างประเทศอื่น ๆ เพราะประเทศไทย เป็นประเทศที่ไม่เหมือนใคร (ขนาดประชาธิปไตยยังไม่เหมือนใครเลย) อุปสรรคที่สำคัญที่สุด น่าจะเป็นวิสัยทัศน์ และความเข้าใจของคนในระดับผู้บริหาร (ทุกอย่างในหน่วยงานขึ้นอยู่กับสิ่งนี้) หรือหากหน่วยงานใดโชคดี ได้ผู้บริหารวิสัยทัศน์ก้าวไกล เข้าใจ Open Source ผ่านไปสามปี ทุกอย่างก็จบ ผู้บริหารคนใหม่มา นโยบายก็ต้องเปลี่ยนตาม ดังนั้นโอกาสที่ Linux จะเกิดในหน่วยงานราชการไทย บอกได้เลยครับว่ายาก ยากพอ ๆ กับโอกาสเกิดประชาธิปไตย (แบบสากล) ในประเทศไทย

สมมติเล่น ๆ ครับ ว่าวันนึงหน่วยงานราชการ และสถาบันการศึกษาไทยทั้งหมด หันมาใช้ Linux คุณคิดว่าจำนวนคนใช้ Linux ที่บ้านจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ ? แล้วใครจะหันมาใช้ Linux บ้าง ? แต่ผมว่ามันเป็นเหตุการณ์สมมติที่เพ้อเจ้อนะ

08 Jan 09 | by | tags ไอที

read 2698

<<Churubamba/บอลเปลี่ยนชีวิต || อะไรที่ Python มี แต่ PHP ไม่มี และในทางกลับกัน>>

b

ผมเคยใช้ ubuntu อ่ะคับ รู้สึกประทับใจ มีหลายๆ อย่างที่ไม่เคยเจอในวินโด้ว รู้สึกว่าการใช้งานทั่วไปสามารถนำมาแทนวินโด้วได้แต่ที่ยังไม่เปลี่ยนมาใช้ เพราะสำหรับการใช้งานลึกๆ แล้วยังชินกับวินโด้วมากกว่า ตัวอย่างเช่นการฟังเพลง ผมใชการ์ดเสียง creative ซึ่งไดรเวอร์ที่มีก็มีเฉพาะในวินโด้ว (ลินุกซ์มีด้วยหรือเปล่านี่ไม่แน่ใจครับ เพราะใช้แค่ช่วงสั้นๆ ) ไดร์เวอร์ท่ติดมากับ OS (Ubuntu) ก็มีครับ แต่ผมคิดว่ายังตอบสนองความต้องการผมไม่ได้ คือ ปรับแต่งอะไรไม่ได้มาก

09 Jan 09

DevilAngel

โดยส่วนตัวแล้ว ตัวเองใช้ windows นะคะ แต่ถ้าบอกว่ารู้สึกชื่นชอบไหม บอกได้เลยว่าไม่ค่อยเท่าไหร่นะคะ แต่ถ้าถามว่าทำไมยังใช้อยู่ ก็คงเป็นเหตุผลที่ว่าเคยใช้มานานมากแล้ว จะเปลี่ยนมาใช้ linux ก็ต้องศึกษา ซึ่งยังไม่ค่อยมีเวลาอะคะ แต่ว่าถ้าว่างๆ คาดว่าจะลองศึกษา

11 Jan 09

บุญชิตฯ

เท่าที่เคยลอง ผมว่าตอนนี้ เรื่องการใช้งาน Linux เริ่มต้นเข้าใจได้ง่าย ไม่ต่างจาก Windows 95-98 คือถ้าออกสตาร์ทพร้อมๆกัน (ผมว่าคนเริ่มใช้คอมพิวเตอร์กันจนเป็นเครื่องมือธรรมดาในครัวเรือน นี่จากยุค 95-98 นะ ? หรือเปล่า เพราะสมัยผมเล่นคอมในยุค 486 - Pentium นั้น คอมพิวเตอร์ยังเป็นเครื่องมือของคนชั้นกลางค่อนสูงที่จะมีตามบ้านอยู่ ส่วนคนทั่วไปต้องไปใช้ตามศูนย์คอมพิวเตอร์หรือเฉพาะในหน่วยงาน)

แต่ตอนนี้ เพราะการที่วินโดวส์สร้าง "ผู้ใช้" มานาน ทำให้สิ่งที่ยาก คือการปรับตัวไปสู่ระบบอื่นมากกว่า - คนซื้อแมกแต่เอามาลง Windows คู่ไปด้วยนี่ เป็นกรณีตัวอย่างที่ดีมากๆเลย

จนหลายๆคน (รวมทั้งผม) เกือบเชื่อทฤษฎีสมรู้ร่วมคิด ที่ว่า ไมโครซอฟต์จงใจปล่อยให้มีการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างหนักในประเทศด้อยพัฒนา ช่วง 3.1 -> 98 เพื่อสร้างกลุ่มลูกค้า แล้วค่อยมาขันน๊อตเอาในช่วงที่มั่นใจว่าติดตลาดแล้ว

วิธีที่ Linux จะนำมาใช้จริงจังได้ ผมว่า อาจจะต้องมีรายการ "หักดิบ" จากหน่วยราชการ คือ หน่วยราชการตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ Linux โดยไม่ต้องสนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม ว่าใคร (ข้าราชการผู้ใช้คอมพิวเตอร์) จะโวยวาย ผมว่าคงวุ่นๆกันไม่เกิน 3 เดือน ตามประสา แต่ก็คงจะลงตัวได้

 ปล. รอบสัญญาหน้า เวบผมจะมาใช้ Linux แล้ว หลังจากมั่นใจว่า จะพัฒนาเวบด้วยภาษา php เป็นหลักครับ 

11 Jan 09

bow_der_kleine

b : ปัญหาฮาร์ทแวร์ พวกกราฟิกการ์ท หรือซาวด์การ์ท เป็นปัญหาคลาสสิคครับ ขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ผลิต ว่าจะใจบุญกับ Linux แค่ไหน อย่าง nVidia เขาก็ทำไดรเวอร์มาให้ใช้ ซึ่งก็ลดปัญหาไปได้มาก แต่หากวันนึงคนใช้ Linux กันมากขึ้น ผมคิดว่าโอกาสที่ทางบริษัทผลิตฮาร์ทแวร์ จะเขียนไดรเวอร์สำหรับ Linux ก็มีมากขึ้นเช่นกัน

DevilAngel : สู้ ๆ ครับ ผมคิดว่า หากไม่มีปัญหากับฮาร์ทแวร์ หักดิบน่าจะง่ายสุด หากมีปัญหาอะไร มาถามที่นี่ก็ได้ครับ

บุญชิต : หากเปรียบ Linux กับ Win95-98 ในเรื่อง Usability ผมไม่ฟันธงครับ เพราะหลายอย่าง Linux (Ubuntu + Gnome) ทำได้ดีกว่า แต่หลายอย่างก็แย่กว่า แต่เรื่องอื่น ผมว่าแทบจะแข่งกันไม่ได้เลยครับ หลายอย่าง Linux ทำเกิน Vista มาด้วยซ้ำ (ลองดู Vista vs Ubuntu ครับ)

เรื่องการหักดิบในหน่วยงานราชการ ผมเห็นด้วยมาก ๆ ครับ และในหน่วยงานราชการก็หักดิบได้ง่ายกว่า เพราะสามารถเตรียมความพร้อมได้มากกว่า บังคับคนได้ง่ายกว่า ปัญหาในประเด็นนี้ไม่น่าจะเป็นตัว OS แต่เป็นเรื่องอื่นเสียมากกว่า

11 Jan 09

vetan

ที่userใช้คือApp   บนOSอะไรก็ได้ขึ้นกับAdmin  user ไม่ว่าหรอก   แต่ที่แลกเปลี่ยนไฟล์กันมักจะเป็นword,excel

ซึ่งไม่มีบนlinuxโดยตรง  openoffice ไม่ค่อยมีใครใช้  ใช้แต่MSofficeเถื่อน เมื่อไม่ใช้openoffice   จึงไม่มีสะพานเชื่อมไปlinux

11 Jan 09

willwill

^

ทางฝั่ง Open source ถึงรณรงค์ให้ใช้ Open format ครับ ไม่ใช่รณรงค์ให้ตัวเอง แต่อย่าลืมครับว่า มีอีกหลายโอเอสนัก ทั้งที่คุ้นชื่อ และไม่คุ้นชื่อ ที่ไม่มี Microsucks Office port ไปลง

นอกจากนี้ถ้าคุณใช้ Office คุณจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าอยู่ดีๆ Office มันจะไม่ย้ายไปออนไลน์แล้วใช้บางวิธี ปิดไม่ให้คุณใช้ไฟล์เก่า นอกจากไปใช้ออนไลน์ ซึ่งเสียเงิน แล้วแน่นอนว่าถ้าไม่มีบริษัทซื้อให้ คุณจะเปิดไฟล์เก่าไม่ได้ทันที แต่ด้วย Open format คุณสามารถ ใช้โปรแกรมอะไรก็ได้ที่สนับสนุนเปิด ซึ่งคำว่าสนับสนุน แปลว่ามันควรเปิดได้ 100% นะครับเพราะมี spec ออกมา ไม่ใช่ให้ไปงมโข่งแบบ doc format

ปล. ช่วงนี้กระแสต้านซอฟต์แวร์เถื่อนมาแรง ระวังแล้วกันครับ เกิดเค้าย้ายขึ้นไปเว็บจริงๆ ...

12 Jan 09

Tony

ที่บ้านเป็นบริษัทครอบครัวครับ มีคอมพิวเตอร์ประมาณ 10 เครื่อง ซึ่งใช้โปรแกรมบัญชีที่เป็น Web Interface ดังนั้นจึงสามารถเปลี่ยนได้ไม่ยากเท่าไร เพราะไม่ติด Application ที่ต้องรันบน Windows

Openoffice ก็สามารถใช้ได้เลยและดีกว่าด้วยซ้ำ เพราะเมนูต่างๆ เป็นภาษาไทย

ผมคิดว่าปัญหาอยู่ที่ผู้บริหารบางคนที่เคยชินกับ Windows และไม่ยอมเปลี่ยน ผมเลยบอกว่าถ้าจะใช้ Windows ก็จะแบ่ง Partition ไวให้ลงเอง! และแน่นอนถ้ามีปัญหาอะไรก็ให้แก้ไขเองทั้งหมดรวมถึงเรื่องลิขสิทธิ์ก็รับผิดชอบเองด้วย

ตอนนี้ใช้มาเกีอบครบปีแล้ว (Ubuntu 8.04 LTS) พบว่าตัว Server เสถียรกว่า ยังไม่เคยล่ม แต่มีปัญหาเล็กน้อยกับพวก Printer คือพวก Dot Matrix ที่พิมพ์บิลจะไม่สามารถตั้งค่าต่างๆ ได้ละเอียดเพราะไม่มีไดร์เวอร์เฉพาะ

16 Jan 09

A10

อยากเปลี่ยนมาใช้ อูบันตูครับ ที่จริงก็เปลี่่ยนมาแล้วแต่สมาชิกในบ้านบอกว่า หน้าตาไม่คุ้นเปลี่ยนกลับไปใช้วินโดว์อย่างเดิมดีก่า ก็เอาแผ่นวินโดว์มาลง ตามประสาแผ่นก็อป เสียงก็ไม่มี ฟังเพลงไม่ได้แต่แม่เจ้าประคุณทูนหัวบอกว่า ช่างมันไม่เปงไร เล่นไปหน่อยก็มีหลานใจดีมาลงวินโดว์เข้าใจว่าเวอร์ชั่นใหม่ เธอบอกว่าหน้าตาไม่คุ้นเล่นไม่เป็น เช่นเจ้าวินโดว์มีเดียเพลย์เยอร์ แต่เธอก็ไม่ว่าอาราย ที่จริงอยากหาเครื่องเก่ามาไว้ที่บ้าน แบ่งเล่นเครื่องใครเครื่องมันไปเลย ไม่อยากจับวินโดว์(ก็อป) ได้เล่นของแท้หัวใจมันพองโตกว่าเป้นใหนๆ

แล้วที่ทำงานมีคอมพ์สามเครื่องเราก็อุตส่าห์แอบเอาเจ้า 7.10 กะ8.04 มาลงแล้ววินโดว์เสีย ไปซ่อมมาแล้วก็เข้า 7.10 ไม่ได้

และก็อีกเครื่องหนึ่งหน้าจอพังเอาจอใหม่มาเปลี่ยน ก็ขึ้นหน้าจอแปลกๆ เข้าใจว่าต้องเข้าไปทำอะไรซักอย่างกะเจ้า grub แต่เวรกรรมไม่รู้เรื่องอะไรกะเจ้า grub นี้เลยเป็นอันว่าไม่ได้เล่นอีกตามเคย  นี่คืออุปสรรคในการเล่นลีนุ๊ก ครับ

19 Jan 09

rocketbomb

สำหรับการใช้ opensource os ผมมองว่าการย้ายไประบบใหม่มีค่าใช้จ่ายที่สูงมากงบประมาณอาจจะไม่พอทำ Training และ Hardware หลายตัวยังต้องเปลี่ยนใหม่ คนใช้ Linux หลายคนถึงขึ้น check hardware compatibility แต่ละชิ้นก่อนซื้อเครื่องใหม่ นอกจากนี้ยังมีคนทำงานอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเ้ค้าไม่สามารถจะปรับตัวกับตรงนี้ได้ การจะบีบคนออกเพื่อรับคนรุ่นใหม่เหมือนกับบริษัทเอกชนคงเป็นไปไม่ได้

 

OpenOffice ผมมองว่าดีระดับหนึ่งแล้วแต่ขาดหัวใจสำคัญอยู่อย่าง คือ ผมพบว่าระบบตรวจคำผิดของ OpenOffice แย่มากๆ คำว่า "สวัสดี" ยังขึ้นว่าพิมพ์ผิด เพราะไม่มีใน dict ของ OpenOffice ผมลองนำ file dict หลายตัวมาลงเพิ่มแต่ก็ไม่ช่วย

สำหรับคนพิมพ์งานภาษาไทยแล้วการตรวจสะกดคำผิดเป็น feature ที่สำคัญมาก ความบกพร่องของ Software ที่เรียกตัวเองว่า Word Processing with Thai support ทำหน้าที่พื้นฐานนี้ไม่ได้ ก็ยากที่ผลักดันให้หน่วยงานรัฐนำไปใช้

16 Feb 09

ความคิดเห็น (click here to comment)

Search

Navigation

รวมลิงก์น่าสนใจ

ความเคลื่อนไหว

Login

name password

ลืมรหัสผ่าน