BioLawCom.De » Blog » เกร็ดชีวิต เยอรมัน » ระบบการศึกษาเยอรมันเริ่มเป็นพิษ
ระบบการศึกษาเยอรมันเริ่มเป็นพิษ
ในช่วงอาทิตย์นี้มีเหตุการณ์ที่น่าสนใจที่เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษาของเยอรมัน นั่นคือ การประท้วงของเรียนนักศึกษาและศาสตราจารย์ทั่วเยอรมัน เนื่องจากตั้งแต่ปี 1999 จนถึงปัจจุบัน รัฐบาลเยอรมันพยายามเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาของตัวเอง ให้เป็นไปตาม สนธิสัญญา Bologna ซึ่งว่าด้วยกระบวนการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ของระบบการศึกษาภายในยุโรป ทำให้การทำงานข้ามประเทศระหว่างประเทศในยุโรป และอเมริกา เป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น โดยหลัก ๆ ก็คือ เปลี่ยนจากระบบวุฒิการศึกษา Diplom/Magister เป็น Bachelor+Master ดูเผิน ๆ เหมือนกับไม่มีอะไรมาก แค่เปลี่ยนระบบวุฒิ แต่เอาเข้าจริงแล้ว ระบบการศึกษาทั้งระบบ รวมไปถึงปรัชญาการศึกษากลับได้รับผลกระทบจากกระบวนการนี้เป็นอย่างมาก ... |
|
|
ระบบ Diplom หรือ Magister ของเยอรมันนั้น หากอธิบายให้ง่ายก็คือ เอาปริญญาตรีกับปริญญาโทมารวมกัน เรียนจบปุ้บก็มีวุฒิเทียบเท่าปริญญาโททันที ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่าง Diplom/Magister กับ Master คือขบวนการเรียนรู้ ที่ Diplom/Magister จะเน้นการเรียนแบบกว้าง ๆ ไม่ลงลึกมากนัก และนักศึกษาจะมีความเป็นอิสระค่อนข้างสูง สามารถเลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบได้ และจะเลือกเรียนเมื่อไรก็ได้ หากวิชานั้นเปิดสอน (ทำให้บางคนใช้เวลาเรียนเกือบสิบปี) ซึ่งความเป็นอิสระในการเรียนรู้ จะมาพร้อม ๆ กับ การเรียนรู้ด้วยตัวเอง โดยศาสตราจารย์มีหน้าที่เป็นผู้ชี้แนะแนวทาง มากกว่าเป็นผู้สอน แต่ในระบบ Bachelor+Master ที่เริ่มมีการใช้มาตั้งแต่ปี 2004 นั้นแตกต่างออกไป การเรียนการสอนมีโครงสร้างเพื่อรองรับตลาดแรงงาน และโลกาภิวัฒน์มากขึ้น โดยนักศึกษาต้องเรียนตามขั้นตอนที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดมากขึ้น ต้องเรียนเฉพาะทางมากขึ้น และด้วยระบบ European Credit Transfer System (ECTS) ทำให้การเรียนต้องเป็นไปอย่างเร่งเรีบมากขึ้น ทั้งหมดทั้งสิ้นก็เพื่อป้อนบุคคลากรเข้าตลาดแรงงานตามคุณสมบัติ "young, specialized and highly qualified" ผลกระทบทางอ้อมที่เกิดจากระบบการศึกษาแบบใหม่คือ การเสียค่าเล่าเรียน (แม้จะไม่มากก็ตาม) และด้วยระบบใหม่ที่บีบรัดเรื่องเวลามากขึ้น การทำงาน part time ก็เป็นไปได้ยากขึ้น อีกทั้งทุนการศึกษาจากรัฐบาลยิ่งนับวัน ยิ่งน้อยลงเรื่อย ๆ ทำให้หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า ระบบการศึกษาแบบใหม่นี้ เหมาะสำหรับคนมีเงินเท่านั้น การตั้งคำถามเรื่องโอกาสทางการศึกษาจึงเกิดขึ้นอย่างวงกว้าง ความเปลี่ยนแปลงที่นักเรียนนักศึกษา และเหล่าศาสตรจาย์เริ่มรู้สึกได้ในตอนนี้คือ ผู้เรียนต้องใช้เวลากับการเรียนมากขึ้น แต่มีเวลาให้กับการศึกษาน้อยลง กล่าวคือ ด้วยระบบแบบใหม่ ทำให้การเรียนการสอนเกิดลักษณะการอัดแน่นของเวลาเรียน จนทำให้นักศึกษามีเวลาทบทวนและทำความเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองเรียนน้อยลง และแทบจะไม่มีเวลาให้กับสิ่งที่ตนเองสนใจด้านอื่น ๆ เลย หรือแม้แต่ผู้สอนเอง ก็ต้องมุ่งเป้าไปกับการสอนมากขึ้น (ที่มีเนื้อหาเท่าเดิม แต่เวลาน้อยลง) จนแทบจะไม่สามารถปลีกตัวไปทำวิจัย หรือพัฒนาหลักสูตรได้เลย ด้วยแรงกดดันต่าง ๆ เหล่านี้เอง ทำให้เหล่านักเรียนนักศึกษา และอาจารย์ผู้สอนเริ่มปิดห้องเรียน แล้วไปเดินประท้วงตามท้องถนนตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา จนถึงวันศุกร์นี้ โดยมีเป้าหมายหลักคือ การเปลี่ยนระบบกลับมากเป็น Diplom/Magister และการยกเลิกการเก็บค่าเล่าเรียน โดยเสียงตอบรับจากนักการเมืองในขึ้นต้นคือ "ไม่" เพราะการเปลี่ยนระบบการศึกษาเป็นกระบวนการที่ต้องลงทุน ลงแรง ลงเวลาจำนวนมาก จะให้เปลี่ยนกลับเป็นระบบเดิม คงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก การต่อสู้ระหว่าง การศึกษาเพื่อตลาดแรงงานสากล กับการศึกษาเพื่อกาศึกษาจึงเริ่มขึ้น ความน่าสนใจของการประท้วงด้านการศึกษาในครั้งนี้ที่เยอรมัน มีความน่าสนใจด้วยกันหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นประท้วงมีจุดเริ่มต้นมาจากนักศึกษาเอง ที่เห็นว่าระบบการศึกษาแบบใหม่ไมาส่งผลดีกับตน ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก ที่เหตุการณ์ทำนองนี้จะเกิดขึ้นในประเทศไทยในตอนนี้ หรือแม้แต่แนวคิดของนักเรียนนักศึกษา ที่ชอบแบบ "เรียนนาน ๆ แต่ขอแน่น ๆ" มากกว่า "เรียนเร็ว ๆ แต่ขอวุฒิสูง ๆ" จนมีศาสตราจารย์หลายท่านเรียกระบบการศึกษาแบบใหม่นี้ว่า "ระบบการศึกษา McDonal" ซึ่งดูจะสวนทางกับวิธีคิดในเรื่องการศึกษาในประเทศไทยอยู่เหมือนกัน แต่สำหรับผมตอนนี้ เรียนยังไงก็ได้ ขอให้จบ เรียนจนหัวหงอกแล้ว ! |
|
17 Jun 09 | by | tags เกร็ดชีวิต เยอรมัน การศึกษา
<<การค้าเสรี...ที่พุมเรียง || รับบริจาคหนังสือ เพื่อจัดทำห้องสมุดให้เด็กนักเรียน>>
Crazycloud
| การศึกษาภาค บังคับ กดขี่ มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน โดยเริ่มในอเมริกา โดยในปี ๑๘๘๐ ได้เริ่มมีการนำเสนอการปฏิรูปการศึกษา โดยมี สส.W.E.Foster ที่ชี้แจงเหตุผลในสภาว่า "เราต้องไม่รอช้า การเร่งรัดให้มี พรบ.การประถมศึกษา จะเป็นความหวังให้กับความมั่นคงต่ออุตสาหกรรม" นับแต่นั้น โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยเพื่อการศึกษา เรียนรู้ ก็ค่อยๆกลายเป็น โรงงานที่แสนเหน็ดเหนื่อย |
Ich bin Wi
ลักษณะการศึกษาแบบเดิมของเยอรมัน ดูเป็นเอกลักษณ์และยั่งยืนกว่าแบบอเมริกา เพราะอย่างน้อยเมื่อเราจบไปแล้ว ก็ไม่ต้องกลัวเลยว่าเราจะไม่รู้ และถึงจะไม่รู้ เราก็ยังรู้วิธีคิดที่จะหาทางทำให้มันรู้ ภูมิใจที่ได้มาเรียนที่นี่ |


plynoi
อ่านมาเรื่อยๆ น่าคิดมากครับระหว่างสองอย่าง
แต่มาฮาเอาประโยคสุดท้าย :p
18 Jun 09