BioLawCom.De » Blog » เหตุบ้าน และ การเมือง » รุมเร้า

รุมเร้า

Imageขณะนี้สถานการณ์หลาย ๆ อย่างในประเทศไทยเข้าขั้นวิกฤติ และปัญหาส่วนมากก็เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่ไม่มีทีท่าว่าจะแก้ได้ง่าย ๆ แต่อย่าเพิ่งดีใจไปครับ เข้าขั้นวิกฤติไม่ได้หมายความว่าจะเลวร้ายกว่านี้ไม่ได้แล้ว มันยังสามารถลุกลามใหญ่โตได้อีก ดังสำนวนเยอรมันที่ว่า "Der Teufel scheißt immer auf den größten Haufen." แปลว่า ซาตานมักขี้ซ้ำบนขี้กองใหญ่ที่สุด (ขี้ - เป็นภาษาไทยแท้ ความสุภาพเป็นความสัมพัทธ์) หมายความว่า ความโชคร้ายมักมาตกกับผู้ที่อยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่เสมอ ซึ่งตรงกับ Murphy's Law อย่างไม่น่าเชื่อ

สถานการณ์เลวร้ายที่ผมพูดถึงคือเรื่องต่าง ๆ ต่อไปนี้

  • การรถไฟแห่งประเทศไทย กับปัญหาความล้าหลังของหน่วยงาน การจัดการ เทคโนโลยี รางรถไฟ หัวรถจักร (สรุปคือล้าหลังทุกอย่าง) กับแรงกดดันจากสหภาพการรถไฟ แห่งประเทศไทย (เรื่องแปรรูปนี่ก็คุยกันได้ยาว)
  • ปัญหาการให้บริการเครือข่าย 3G ที่คุยกันมาตั้งนาน สุดท้ายก็จะล้มโต๊ะกันเฉย ๆ ซะงั้น แน่นอนว่ามีผู้บริโภคจำนวนมากไม่พอใจ
  • ความดิ้นรน ดื้อรั้น ดึงดันสร้างโรงไฟฟ้านิเคลียร์ ทั้งที่ประเทศส่วนใหญ่ในโลกกำลังบอกลาโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ เพราะผลตอบแทนจากการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่คุ้มเหมือนกับที่คำนวนเอาไว้ มีความเสี่ยงสูง และปัญหาขยะนิวเคลียร์ที่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังแก้ไม่ได้ (ยังไม่นับข้อถกเถียงที่ว่ายูเรเนียมจะหมดเมื่อไร)
  • ปัญหาการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น ไม่ว่าทางไหนก็ตาม ล่าสุดรัฐบาลเรียกร้องให้ผู้ให้บริการกระโดดเข้ามาช่วยรัฐบาลในการเซนเซอร์ความคิดเห็น (อ่านข่าวนี้)
  • ปัญหาหุ้นตก ที่ไป ๆ มา ๆ มันก็ไปโยงกับปัญหาการแสดงความคิดเห็นผ่านอินเตอร์เนตเข้าจนได้ ด้วยเหตุเรื่องจับแพะ (อ่านข่าวนี้)
  • ปัญหาไฟใต้ที่ร้อนแรงแผดเผาชีวิตผู้คนมาจะครึ่งทศวรรษอยู่แล้ว (ใครลืมไปแล้วบ้างยกมือหน่อย) ก็ไม่มีทีท่าว่าจะมีการศึกษาปัญหา และแก้ปัญหาอย่างจริงจัง (ส่วนมากพยายามแก้ปัญหา โดยไม่ได้ศึกษาปัญหาก่อน)

เท่านั้นยังไม่พอ ...

เหตุบ้าน และ การเมือง เหตุบ้าน และ การเมือง

bow_der_kleine bow_der_kleine

ล่าสุดเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองไปเรียบร้อยแล้ว กับปัญหาข้อพิพาทระหว่างไทยและกัมพูชา โดยมีทักษิณเป็นตัวเร่งปฏิกริยา มองในมุมผม ทักษิณไม่ใช่สาเหตุ แต่เป็นคนที่ทำให้เหตุการณ์ลุกลามไปเร็วมาก เหมือนตัวเร่งปฏิกริยา ซึ่งเรื่องนี้หากจะไม่โยงกับเหตุการณ์ความแตกแยกในประเทศไทยก็คงกระไรอยู่ ซึ่งตอนนี้แยกเป็นกี่ฝักกี่ฝ่าย ผมเองก็งง ๆ นับไม่ถูกเหมือนกัน ที่พอจะนับได้ก็มี เหลือง แดง เขียว (ทหาร)  อำมาตย์ รัฐบาล (ประชาธิปัตย์) ดู ๆ ไปสามพวกหลังเขาก็กลมเกลียวในความแตกแยกนะ พอได้เห็นการ์ตูนเกาเหลาชามเล็ก ผมถึงกับฮาแตก

Image

(ที่มา มติชน ผ่าน ประชาไท)

หากมองหาจุดเชื่อม และสาเหตุของปัญหาต่าง ๆ ที่ผมเขียนในบล็อกนี้แล้ว ก็จะพบว่าสาเหตุของปัญหาไม่ได้ต่างจากปัญหาบัณฑิตจบใหม่ที่มีแต่ใบปริญญาแต่ไร้ความรู้ นั่นคือ คนไทยเราชอบมองอะไรอย่างผิวเผิน ไม่ชอบวิเคราะห์และพยายามทำความเข้าใจ ไม่ให้ความสำคัญกับหลักการและวิชาการ (บางคนยังดูถูกคนที่ยึดหลักการด้วยซ้ำ ว่าเป็นพวกกอดตำรา) บวกกับลัทธิผลนิยม ที่ฝักรากมานาน เราเลยไม่พยายามทำความเข้าใจอะไรเลย ขอให้ถึงเป้าหมาย ทุกคนพอใจ

หากเราสามารถทำความเข้าใจ และหาสาเหตุของปัญหาได้ ไม่เพียงแต่เราจะแก้ปัญหานั้น ๆ ได้ แต่เราอาจป้องกันปัญหาที่จะตามมาได้เช่นกัน อาจต้องใช้ระยะเวลาบ้าง แต่มันก็คุ้มที่จะรอ คุ้มกว่าการที่ต้องมาเจอกับเหตุการณ์อย่างทุกวันนี้ ความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก

ส่วนสาเหตุและแนวทางในการแก้ปัญหาแต่ละอย่างนั้น ก็ต้องเป็นเรื่องที่เราต้องมาวิเคราะห์กันต่อไป

08 Nov 09 | by | tags เหตุบ้าน และ การเมือง

read 592

<<Ubuntu 9.10 and Windows 7 || ชำแหละพรบ.คอมฯ อาวุธใหม่สั่นสะเทือนโลกไซเบอร์>>

Priesdelly

สรุปให้เห็นชัดมากเลยครับ :)

09 Nov 09

ขลุกขลิก

ผมเชื่อว่า มันมีทางออกนะ เพียงแต่เป็น 'ทาง' ที่หลายคนอาจจะรับไม่ได้

09 Nov 09

amygdala

เรื่องของศักดิ์ศรี หน้าตาของคนไทยเราก็มีส่วนนะครับ

พวกยอมไม่ได้ แพ้ไม่เป็น ขี้อิจฉา ไม่มีน้ำใจเป็นนักกีฬา

เอาพรรคเอาพวกไว้ก่อน ไม่ดูที่ความถูก/ผิดของตัวบุคคล

เหล่านี้กำลังกัดเซาะ สังคมไทยอย่างช้าๆ

 

ตอนนี้กำลังเริ่มเห็นผลแล้ว สิ้นสุดเมื่อไหร่ นั่นแหละ น่ากลัวกว่ากันมาก

นะครับ ผมว่า

09 Nov 09

revolution

ผมว่าเกมกำลังเริ่ม ปลุกกระแสรักชาติ(แบบบ้าคลั่ง)  ทั้งฝั่งฮุนเซนเองและฝั่งรัฐไทยเอง ต่างกำลังต้องการเกมนี้เพื่อสิ่งที่ต้องการ

แต่ข่าวไม่ยักจะทำให้คนเข้าใจ ต่างร่วมด้วยช่วยกันปลุกปั่น มีแต่ ThaiPBS ที่พยามจะเสนอในแง่ที่ว่าระดับประชาชนยังอยู่กันเป็นสุข

เรื่องนี้เป็นเรื่องระดับชาติ ต้องผ่านสภาก่อนไหมเนี่ย หึหึ

ป.ล. พิพาท และ กัมพูชา ไม่ใช่ ภิภาท กัมภูชา  ครับ

09 Nov 09

bow_der_kleine

Priesdelly ขอบคุณครับ :D

ขลุกขลิก ผมพอจะเข้าใจครับ แต่ตอนนี้ไม่แน่ว่าจำนวน "คนรับได้" กับ "คนรับไม่ได้" อย่างไหนจะมากกว่ากัน แต่ผมว่าอาจพอ ๆ กัน แต่นั่นอาจเป็นหนึ่งทางออกในหลาย ๆ ปัญหาที่เรามี ปัญหาอื่น ๆ ก็อยู่ที่คนไทยแต่ละคนเท่านั้น ว่าจะปรับปรุงตัวเองเพื่อแก้ปัญหายังไง

amygdala, revolution บางคนเปรียบเรื่องไทยกับกัมพูชาเหมือนกีฬาสี ที่แต่ละฝ่ายเชียร์พวกตัวเอง โดยลืมเหตุผล ผมว่าตรงมากเลยนะ

revolution ขอบคุณครับสำหรับการแก้คำผิด

09 Nov 09

doctorJ

ผมชอบสองสามparagraphสุดท้ายของผู้เขียนมาก เพราะมันแทงใจดำจริงๆ ไม่เชื่อลองเข้าอ่านcommentตามwebboardในASTV, พันทิพ, ประชาไท ดูได้เลย มันยืนยันบทความที่ผู้เขียนเขียนได้เป็นอย่างดี ว่าคนไทย"ขี้เกียจ"คิด ไม่ชอบใช้เหตุผล แต่ลึกๆลงไปกว่านั้น มันสะท้อนทัศนคติที่อิงแอบกับระบบอุปถัมภ์ที่ฝังรากลึกในสันดานคนไทยมาตั้งแต่โคตรเง่าของเรา ความคิดที่ต้องพึ่งพาคนที่คิดว่าดี "ช่วย"เราได้ ก็ต้องเชียร์ให้สุดใจ คนที่คิดว่าไม่ดี ก็ต้อง"ฆ่ามัน" ไม่เคยคิดจะพึ่งพาตนเอง ไม่เคยคิดจะสร้างระบบที่เข้มแข็ง คิดแต่จะพึ่งพา"คนที่เข้มแข็ง" จึงไม่พยายามตรวจสอบผู้นำ คนไทยก็จะได้ฮีโร่คนแล้วคนเล่า ที่พอมีอำนาจ ก็กลายพันธุ์เป็นทรราชคนแล้วคนเล่า แต่ก็ไม่เข็ดสักที ก็เพราะระบบอุปถัมภ์ที่ฝังหัวมาตั้งเกิดจนตายนั่นเอง ถ้าไม่"ขุดราก"ถอนโคนเอาระบบนี้ออกจากหัวคนไทย ชาติหน้าหรือชาติไหนๆ คนไทยก็จะเป็นอย่างนี้ตลอดไป ยังไม่เคยเห็นผู้นำไทยคนไหน คิดจะ"ถอน"คนไทยออกจากระบบนี้สักคน เพราะทุกคนอยากจะexploitจุดอ่อนอันนี้ด้วยกันทุกคน หรือคุณว่าไม่จริง?

28 Nov 09

ความคิดเห็น (click here to comment)

Search

Navigation

ความเคลื่อนไหว

รวมลิงก์น่าสนใจ

Login

name password

ลืมรหัสผ่าน