BioLawCom.De » Blog » นานาสารพัน

สรุปกิจกรรมสานฝัน ฯ กับความประทับใจที่เกิดขึ้น

Image

ก็จบไปด้วยดีครับ สำหรับกิจกรรมสานฝัน ฯ ครั้งที่ 3 ที่จัดภายใต้ชื่อว่า "สร้างสรรค์ สานฝัน ปันความรู้" โดยกิจกรรมครั้งนี้เราเน้นการสร้าง "องค์ความรู้" ให้กับนักเรียนที่อยู่ห่างไกลตัวเมือง (เพราะพวกเราเห็นว่าโอกาสสร้างองค์ความของนักเรียนที่อยู่ในเมืองมีมากพออยู่แล้ว) ซึ่งก็มีทั้งการปรับปรุงห้องสมุด การสอน และกิจกรรมสันทนาการ แม้ว่ากิจกรรมครั้งนี้ไม่ใช่กิจกรรมที่ยิ่งใหญ่อะไร แต่เบื้องหลังกิจกรรมเล็ก ๆ นี้เอง ผมได้มองเห็นศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ ที่จะผลักดันสังคมของเราไปในทางที่ดีขึ้น

ผมไม่แน่ใจว่าจุดเริ่มต้นของกิจกรรมสานฝัน ฯ ในครั้งแรกนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร (แต่ผมจะลองชักชวนให้คนที่ริเริ่มโครงการครั้งแรก มาเล่าอะไรให้อ่านกัน) สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้พวกเรามีความคิดเริ่มต้นเพียงว่า อยากทำกิจกรรมบางอย่างร่วมกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับสังคม แล้วจู่ ๆ ทุกคนก็ลุกขึ้นมาวางแผนเตรียมงานกันแบบเต็มตัว ทั้งที่เวลาว่างของแต่ละคนก็ไม่ได้มีมากมายนัก ซึ่งเป็นความประทับใจแรกที่ผมรู้สึกได้จากการทำกิจกรรมครั้งนี้

หลาย ๆ ครั้ง ความคิดริเริ่มในการทำสิ่งดี ๆ ต่าง ๆ ได้เกิดขึ้น แต่ก็จบไปอย่างรวดเร็วแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นเพราะข้อจำกัดเรื่องเวลาของคนทำกิจกรรม แต่ในครั้งนี้ทุกคนได้พยายามจัดสรรค์เวลาของตัวเองจนทำให้กิจกรรมในครั้งนี้เกิดขึ้นมาได้ ....

นานาสารพัน นานาสารพัน

27 Jul 09 | by bow_der_kleine | tags นานาสารพัน กิจกรรม ห้องสมุด

read 1021 comments 6 read more

การค้าเสรี...ที่พุมเรียง

imageไปเจอเรื่องเล่าสั้นๆ ของพี่ที่เคยทำงานชมรมค่ายด้วยกันที่เมืองไทย อ่านแล้วก็กระตุกหัวใจดี เลยเก็บมาแบ่งกัน นึกถึงตอนที่กลับเมืองไทย กินข้าวกับเพื่อน แล้วก็เจอเหตุสามัญประจำร้านอาหารคือ มีเด็กตัวเล็กๆ มอมๆ ผอมๆ เดินหอบกุหลาบมาขายตามโต๊ะ ระหว่างไม่รู้จะซื้อดี หรือไม่ดี เพราะรู้สึกเด็กคงไม่ได้มาขายกุหลาบจริงๆจังหรอก ขายความน่าสงสาร แถมกุหลาบเสียมากกว่า กุหลาบก็ไม่อยากได้ เพราะคนที่กินข้าวด้วย แต่งงานแล้ว มีลูกหนึ่งอีกต่างหาก สุดท้ายเลยให้เงินไป แล้วบอกว่า ไม่เป็นไรเก็บกุหลายไว้เถอะ เด็กก็หันรี หันขวาง แล้วเดินไป

กินข้าวไปอีก 2-3 คำ เด็กก็เดินกลับมา เอากุหลาบวางบนโต๊ะ แล้วเดินหนีไปเลย... 

นานาสารพัน นานาสารพัน

31 May 09 | by charly | tags นานาสารพัน

read 1016 comments 4 read more

Deadlock ในภาษาไทย

imageวันดีคืนดี ผมก็นึกเพื่อนเก่าของผมสองคน ที่มีชื่อเล่นอ่านออกเสียงเหมือนกัน แต่เขียนและมีที่มาไม่เหมือนกัน คนหนึ่งชื่อ "เอส" มาจากตัวอักษรภาษาอังกฤษ "S" ส่วนอีกคนชื่อ "เอซ" มาจากคำภาษาอังกฤษคำว่า "Ace" ปกติเวลาที่คนไทยเห็นชื่อของสองคนนี้ ก็จะอ่านออกเสียงได้อย่างถูกต้องโดยไม่ต้องนัดหมาย แต่ปัญหามันมีอยู่ว่า เราจะเขียนคำอ่านของชื่อสองคนนี้ ได้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ภาษาไทยได้อย่างไร (หากอ่านงานเขียนของผมก็คงรู้ว่าผมอ่อนภาษาไทย ยิ่งกว่าภาษาอังกฤษเสียอีก ข้อเขียนต่อไปนี้เป็นความมั่วส่วนตัว)

คำว่า "เอส" หากอ่านให้ถูก ก็จะเป็นสระ "เอะ" เสียงสั้น วรรณยุกต์โท หากกระแดะหน่อย ก็จะมีเสียง "ส" ผ่านร่องฟันในตอนออกเสียงท้ายคำ ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ รวมถึงเจ้าของชื่อสองคนจะไม่อ่านออกเสียงกัน โดยปกติแล้ว หากสระเอะมีตัวสะกด สระอะที่อยู่ข้างหลังก็จะผันตัวเองให้กลายเป็นไม้ไต่คู้ และเนื่องจาก อ. อ่าง เป็นอักษรเสียงกลาง และ "เอส" เป็นคำตาย การใส่วรรณยุกต์ไม้โทเข้าไปในคำจึงไม่ใช่เรื่องผิด ดังนั้น คำว่า "เอส" หากเขียนเป็นคำอ่านให้ถูกต้อง ก็คือ "เอ็ด" มีไม้โท

แต่ที่ผมงง ๆ คือว่า ไม้โท กับไม้ไต่คู้ มันอยู่ด้วยกันได้หรือไม่ ? ตามความเข้าใจของผม คือ มันอยู่ด้วยกันไม่ได้ เพราะมันอยู่ตำแห่งเดียวกันในการเขียน และผมไม่เคยเห็นคำที่มีไม้ไต่คู้อยู่ร่วมกับวรรณยุกต์มาก่อน ผมไม่รู้ว่าไวยากรณ์ภาษาไทยได้กำหนดเรื่องนี้ไว้หรือเปล่า และหากไม้โท กับไม้ไต่คู้อยู่ด้วยกันไม่ได้ เราจะเขียนคำว่า "เอ็ด" มีไม้โทได้อย่างไร

ปกติคำไทยส่วนมากจะไม่มีปัญหาเหล่านี้ แต่คำที่มาจากภาษาอังกฤษ เราอาจเจอปัญหาทำนองนี้อยู่บ่อย ๆ การเขียนภาษาไทยที่ดี เราไม่ควรเขียนคำภาษาอังกฤษปนกับข้อเขียนภาษาไทย (แต่ผมทำบ่อยมาก) แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เราอาจเจอปัญหาแนว ๆ นี้กันมากขึ้น ผมคิดว่า บางทีนักภาษาศาสตร์ไทยควรจะคิดแก้ปัญหาลักษณะนี้ให้มากขึ้น แทนที่จะอนุรักษ์ภาษาเก่า ๆ เอาไว้ หรือว่านี่เป็นปัญหาบ้า ๆ ของผมคนเดียว

นานาสารพัน นานาสารพัน

21 May 09 | by bow_der_kleine | tags นานาสารพัน

read 1249 comments 5 read more

Apple Apple Apple !

imageสำหรับคนที่อ่านข่าวสารไอทีผ่านทาง Blognone ช่วงนี้อาจสังเกตได้ว่า จำนวนข่าวต่อวันของ Blognone ลดลงอย่างเห็นได้ชัด (ส่วนจำนวนเนื้อหาใหม่ ๆ ของ BioLawCom ต่อเดือนนั้นลดฮวบมานานแล้ว) ทีแรกผมก็นึกว่า เป็นเพราะช่วงนี้เป็นช่วงสงกรานต์ ทีมเขียนข่าวลาพักร้อน เลยไม่ค่อยได้เขียนกัน แต่แล้ว mk หนึ่งในผู้ก่อตั้ง และผู้เขียนหลัก ก็เฉลยความจริงออกมาว่า ขอบายเลิกเขียนข่าวไปสักพัก เพราะเบื่อสาวก Apple จึงทำให้จำนวนข่าวใน Blognone ลดลงด้วยประการฉะนี้แล

สงครามค่ายไอที เป็นเรื่องที่มีให้เห็นตลอดเวลา ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง แล้วแต่กาละเทศะ มีตั้งแต่สงครามระบบปฏิบัติการ Windows vs. Linux vs. Mac OS X สงครามภาษาเขียนโปรแกรม Java vs. Python vs. Ruby vs. C# สงครามฐานข้อมูล MySQL vs. PostgrSQL vs. MS SQL vs. Oracle สงคราม Open Source vs.  Proprietary สงคราม ค่ายหนัง ค่ายเพลง vs. BitTorrent สงคราม Search Engine etc. นับกันไม่หวาดไม่ไหว

โดยส่วนตัว ผมชอบอ่านอะไรแบบนี้ ไม่ใช่เป็นเพราะผมซาดิสต์เท่านั้น แต่ผมรู้สึกว่า หากถกกันเรื่องพวกนี้ แล้วยกเหตุ และปัจจัยมาฟัดมาเหวี่ยงกัน นากจากจะได้ความเพลิดเพลินในการอ่านแล้ว ยังได้ความรู้และมุมมองใหม่ ๆ อีกด้วย (บางครั้งมันนำไปสู่ innovation) แต่ส่วนมากแล้ว กรอบในการประทะคารมมักไม่ได้หยุดอยู่เพียงนั้น มันมักจะลามปาม ออกนอกลู่นอกทาง เกิดการกระทบกระแทกเสียดสี บางคนถึงขนาดละทิ้งหลักแห่งเหตุผล ไปลงเอากับความเชื่อ เข้าขั้นไสยศาสตร์ก็มีไม่น้อย ใช่ว่าอาการผีเข้าแนว ๆ นี้จะไม่เคยเกิดขึ้นกับผม มันไม่เคยละเว้นใคร ผมเองก็ต้องคอยระวังเนื้อ ระวังตัว ระวังปาก ระวังคำอยู่บ้างเหมือนกัน

แต่เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าเรากำลังถูกไสยศาสตร์เข้าครอบงำ ?

นานาสารพัน นานาสารพัน

19 Apr 09 | by bow_der_kleine | tags นานาสารพัน ไอที Apple

read 4009 comments 25 read more

รีวิวเวบราชการไทย

imageหลังจากที่ประธานาธิบดีคนที่ 44 ของสหรัฐอเมริกา Barak Obama เข้ารับตำแหน่งได้ไม่ถึง 24 ชัวโมง เวบไซท์ของทำเนียบขาว ก็ถูกเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่อย่างรวดเร็ว (ที่มา : blognone, TechCrunch, Gabyu, Whitehouse.gov) สมกับเป็นประธานาธิบดีที่ได้ชื่อว่า ใช้สื่อสมัยใหม่ได้มีประสิทธิภาพที่สุด แน่นอนว่า ทำใหม่ทั้งทีต้องดีกว่าเก่า สิ่งที่ดีกว่าเห็น ๆ (อย่างน้อยสำหรับผม, ดูเปรียบเทียบได้ที่ Gabyu) คือ art work ที่งามขึ้น, usability ที่ดีขึ้น, design ที่ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น เป็นต้น

ในเมื่อเวบหน่วยงานรัฐของต่างประเทศเขาดูดีออกจะอย่างนั้น ซึ่งไม่ใช่ประเทศเดียวด้วยสิ ส่วนมากเวบไซท์ของหน่วยงานราชการประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกก็ดูดีกันหมด เห็นเข้าดังนั้นประชากรในประเทศที่อยากเป็น ฮับไอซีทีในภูมิภาค อย่างประเทศไทย ก็อดอิจฉาชาวบ้านเขาไม่ได้ (เมื่อคืนผมอิจฉาจนนอนไม่หลับ) เพราะเวบไซท์ของหน่วยงานภาครัฐไทยนั้นเหลือทน มีคนบ่นกันมากมาย ก็เลยลองมานั่งดู ว่าหน่วยงานราชการไทยหน่วยไหนบ้าง มีเวบไซท์เป็นของตัวเอง ดีหรือไม่ดีอย่างไร โดยให้คะแนนตามใจผม แบ่งเป็นหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้

  1. informative สำคัญที่สุดในการทำเวบไซท์ เวบไหนไม่มีข้อมูลอะไรให้ดู ก็ไม่รู้จะเข้าไปทำอะไร
  2. design and usability ข้อมูลแน่น แต่เข้าถึงยาก แบ่งหัวข้อไม่ชัดเจน มีระบบนำร่องที่ไม่ดีพอ ก็ไม่มีประโยชน์
  3. accessibility ต้องคิดด้วยว่าคนที่เข้ามาดูใช้ web browser และระบบปฏิบัติการที่ต่างกัน ความเร็วอินเตอร์เนตที่ต่างกัน พวก IE only หรือ Flash overloaded เอาไปเลยศูนย์คะแนน
  4. artwork ความสวยงามน่าใช้
โดยเวบไซท์ที่ผมเข้าไปเยี่ยมชม มีเวบไซท์ต่าง ๆ ดังนี้ ...

นานาสารพัน นานาสารพัน

21 Jan 09 | by bow_der_kleine | tags นานาสารพัน เหตุบ้าน และ การเมือง ราชการ

read 3668 comments 9 read more

Search

Navigation

ความเคลื่อนไหว

รวมลิงก์น่าสนใจ

Login

name password

ลืมรหัสผ่าน