ComBioLaw.De » Blog » ประกาศ

เป็นไพร่พล ประชาชนก็คือเบี้ย

imageเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาข่าวใหญ่ที่สุดก็คงเป็นข่าวตำรวจ/ทหาร ทุบประชาชน หรือข่าวประชาชนทุบตำรวจ/ทหาร แล้วแต่ว่าจะเป็นข่าวจากหนังสือพิมพ์ฉบับไหน

ม็อบที่บาดเจ็บครั้งนี้ ที่เรียกกันย่อ ๆ ว่า นปก. ออกจะเรียกว่าเป็นม็อบคนหาเช้ากินค่ำเสียส่วนมาก ส่วนม็อบชนชั้นกลาง สมัยพฤษภาทมิฬ ตอนนี้ส่วนใหญ่คาดว่าอยู่บ้านดูทีวี รอเลือกตั้งแล้วระหว่างนี้ก็ด่าม็อบ นปก. ไปพลาง ๆ ฆ่าเวลา

เมื่อตอนสมัยเด็ก ๆ ข้าพเจ้าเคยเดินแจกสติกเกอร์ “เบื่อป๋า เซ็งเปรม” ตอนนี้เลยไม่ค่อยรู้สึกว่าป๋าจะโดนด่าไม่ได้ ก็ขนาดคนเคยทำ ประโยชน์อย่างแท้จริงกับแผ่นดินไทยอย่างอาจารย์ป๋วย หรืออาจารย์ปรีดี ก็โดนมาแล้วยิ่งกว่าด่า ไม่ว่าจะถูกตบหน้า หรือโยนข้อหาฉกรรจ์ให้ จนสุดท้ายก็ตายนอกบ้านเกิดทั้งสองท่าน แต่ที่ข้าพเจ้าออกจะสงสัย เหมือนที่คนวงใน อย่างอาจารย์สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เขียนไว้ใน บทวิเคราะห์และคำถามถึงเหตุการณ์ปะทะหน้าบ้านสี่เสาฯ ก็คือ ทำไมแกนนำต้องลงทุนพาคนไปเจ็บเพื่อไปด่าป๋าที่หน้าบ้านให้ได้ เพราะสถานการณ์แบบนี้ นำม็อบแบบนี้ไม่ต้องทำแบบ Simulation : หวยใต้ดิน vs ไฮโล ก็รู้อยู่แล้วว่าโดนแน่ๆ แถมโดนแล้วไม่มีโอกาสได้ ฉะค่าสินไหม จาก คมช. อีกต่างหาก

ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ แต่แกนนำก็เก็บแต้มได้ภายหลังโดยไม่ได้โดนตื้บเอง ผมออกจะสงสัยว่าอย่างนี้จะเรียกว่า “เอาตัวเองเป็นใหญ่ ไม่รู้จักให้เกียรติหรือเกรงใจผู้อื่น” เหมือนในบทความ มาหมกมุ่นเรื่องคุณธรรมจริยธรรมกันเถอะ (3) ได้หรือไม่

นี่ยังไม่รวมว่านอกจากเรื่องดันทุรัง อย่างไม่มีความรับผิดชอบแล้ว ข้าพเจ้า งง! มานานแล้วว่า ถึงแม้ ป๋ามีสิทธ์โดนด่า หรือสมควรโดนด่า แต่ นปก.ไม่มีประเด็นอะไรที่เข้าท่าเข้าทีกว่าที่ทำอยู่ตลอดที่ผ่านมาหรือ เพราะ นปก. แทบไม่เคยรณรงค์อะไรเกี่ยวกับร่างกฏหมายติดหนวดทั้งหลาย หรือร่างรัฐธรรมนูญ อย่างเป็นเรื่องเป็นราวเลย มีแต่นักวิชาการออกมาพูด จน นปก. จะกลายจาก “แนวร่วมประชาธิปไตย ขับไล่เผด็จการ เป็น นปป. “แนวร่วมใครก็ได้ที่อยากไล่ป๋าเปรม” อยู่แล้ว

ระหว่างที่ไม่ค่อยมีความสุขกับเรื่องราวที่เมืองไทย ก็นึกถึงคนไกลบ้านอีกคน ที่ไม่รู้ว่าตอนนี้จะซึ้งแล้วยังว่า ความสุขที่ถูกมองข้าม เป็นอย่างไร

ไม่นานมานี้มหาเศรษฐีคนหนึ่งของไทยได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ว่า เขารู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิต เขาพูดถึงตัวเองว่า "ชีวิต(ของผม)เริ่มหมดค่าทางธุรกิจ" ลึกลงไปกว่านั้น เขายังรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความหมาย เขาเคยพูดว่า "ผมจะมีความหมายอะไร ก็เป็นแค่....มหาเศรษฐีหมื่นล้านคนหนึ่ง" เมื่อเงินหมื่นล้านไม่ทำให้มีความสุข เขาจึงอยู่เฉยไม่ได้ ในที่สุดวิ่งเต้นจนได้เป็นรัฐมนตรี ขณะที่เศรษฐีหมื่นล้านคนอื่น ๆ ยังคงมุ่งหน้าหาเงินต่อไป ด้วยความหวังว่าถ้าเป็นเศรษฐีแสนล้านจะมีความสุขมากกว่านี้ คำถามก็คือ เขาจะมีความสุขเพิ่มขึ้นจริงหรือ ?

หมายเหตุ: ความเห็นข้างต้นเป็นแนวคิดส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้น

ประกาศ ประกาศ

26 Jul 07 | by charly | tags ประกาศ

read 1629 comments 3 read more

ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้

imageโลกดูท่าจะร้อนขึ้นจริง ๆ กลับไปเมืองไทยผมรับรู้ตรงนี้ได้ไม่ชัดเพราะยังไง ๆ มันก็มีแต่ร้อน เลยแยกไม่ออกว่านี่มัน ร้อน หรือว่า ร้อนเป็นบ้า แต่กลับมาเยอรมันแล้ว เจอช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ที่อุณหภูมิถีบสูงไปถึงสามสิบกว่าองศา ผมก็ชักจะหนาว ๆ กับปัญหาโลกร้อน... หนีไปเดินเล่นซุปเปอร์มาเก็ตในห้างที่แม้ไม่ติดแอร์ แต่ไมมันเย็นก็ไม่รู้ เลยได้เจอโปรโมชั่นเพียบ ทั้งสบู่เหลวเอย ยาสระผมเอย ลดกระหน่ำนำเสนอมาในแพคเกจคู่ ราคาสุดคุ้ม พิจารณาแล้ว มันจับคู่กันเข้าท่า ยาสระผมกับครีมนวด ครีมอาบน้ำกับที่ทาเต่า ช่างเป็น "ข้อเสนอที่ไม่อยากปฏิเสธ" เลยขนซื้อมาตุนไว้เผื่อหน้าหนาว ประหยัดเงินได้มากสำหรับอนาคตอันใกล้ (ฮ่า ฮ่า)

เห็นว่า เมืองไทยก็กำลังทำโปรโมชั่น มีแพคเกจนำเสนอให้คนไทยได้เลือกเหมือนกัน อาทิเช่น 1.รัฐธรรมนูญ 2550 กับการเลือกตั้ง 2. รัฐธรรมนูญ กับประชาธิปไตย หรือ 3. พรบ.ความมั่นคง ฯ กับระบอบทหาร แต่ดูแล้ว แต่ละอย่างจับคู่กันมั่วซั่ว และไม่ค่อยจะเข้าท่า อย่างคู่แรกนี่ รับไม่รับ เลือกตั้งก็ต้องจัดอยู่ดีมิใช่หรือ ถ้าแบบนี้ทำไมต้องเสนอขายเป็นคู่ ? คู่ที่สองนั่น แม้จะรับไป ก็ใช่ว่าจะได้อีกอย่างจริง ๆ เสียเมื่อไหร่กันเล่า ! อันที่ 3 นี่เข้าคู่ดี แต่เป็นคู่ที่อัปลักษณ์สิ้นดี จึงไม่น่าจะเป็นผลดีต่อชีวิตในอนาคต อย่างไรก็ตาม แม้เป็นข้อเสนอที่เราอยากปฎิเสธกันแทบแย่ แต่ดูเหมือนคนเสนอและคนสนุนพยายามบอกเราเหลือเกินว่า "มันปฏิเสธไม่ได้" คนไทยเห็นแล้วว่าไงครับ ? จะเชื่อหรือไม่ ปฏิเสธหรือเปล่า ก็หาข้อมูล อ่านโบรชัวร์เทียบราคา ชั่งน้ำหนักกันหน่อย หรือไม่ก็อ่าน ทางเลือก นี่ดูก่อน แล้วก็อย่าลืมว่า แพคเกจนี้ไม่เหมือน แพคเกจสบู่กับที่ทาเต่าลดราคา ที่หากไม่ถูกใจก็ขอคืนเงินได้ หรือแม้ไม่ถูกใจแต่ทนใช้แป๊บเดียว เดี๋ยวมันก็หมด

สัปดาห์นี้บล็อกค่อนข้างคึกคัก เพราะมากันเป็นคู่ ๆ ว่ากันตั้งแต่ แพคคู่ พรบ. คอม ฯ กับประกาศไอซีทีี, คู่ที่ต้องเลือกเอาระหว่าง ติดเน็ท กับ โดนเล่นงาน, เฮียชา ชวนไปหมกมุ่นคุณธรรม ฯ ภาค 1 กับ 2 ที่ควรต้องอ่านควบคู่ หรือถ้าใครอยากอ่านคู่ยาก ๆ อย่าง คณิตศาสตร์ กับการเขียนโปรแกรม นายโบว์ก็มีให้ที่ Data interpolation with Scipy อีกเรื่อง กำลังรอภาคต่อมาจับคู่ และบางทีคนเขียนก็อยากยกนิ้วกลางคู่ให้คนบางพวกใน แฉประสบการณ์

อ้อ...คนไทยในต่างประเทศ ทราบหรือเปล่าครับว่า ลงประชามติคราวนี้ ท่านไม่มีเอี่ยว ?! ใครยอมไม่ได้ และอยากมีสิทธิมีเสียงกับเขาบ้าง โปรดรอความเคลื่อนไหวบางอย่างเร็ว ๆ นี้

ด้วยความระทึก.

ประกาศ ประกาศ

17 Jul 07 | by BioLawCom | tags ประกาศ

read 1256 comments 4 read more

สปาเก็ตตี้ความคิด

 สัปดาห์นี้มีความคืบหน้าน้อย ผมก็เล่าเรื่องอาหารการกินของผมสักหน่อยแล้วกันครับ

ผมเป็นคนชอบกิน ชอบทำกินบ้างถ้ามีเวลา แต่ทำมาหากินนั้นไม่ชอบเอาเสียเลย มื้อปกติเมื่ออยู่เมืองไทยนอกเหนือจากการเป็นปรสิตเกาะครัวที่บ้านกิน ผมฝากท้อง (โดยไม่ได้ตั้งครรภ์) กับคนขายบะหมี่ ขายลาดหน้าแถวปากซอยหน้าบ้าน ส่วนมื้ออันไม่ปกติ คือไม่ได้หิวข้าว แต่อยากกินข้าวอาหย่อยๆ ผมก็จะดั้นด้นไปหาร้านที่เขาชวนให้ไปชิม

คำว่า “เขา” นี่ก็ไล่เรียงมาตั้งแต่ปรมาจารย์ระดับหม่อมจนถึงบรรดาคอลัมนิสต์ คอลัมน์หน่อยทั้งหลายตามหน้าหนังสือพิมพ์

พฤติกรรมตามไปตะกละของผมเริ่มน้อยลงในช่วงหลัง เมื่อร้านอาหารแทบทุกร้านมีป้ายตราหอยพิสดาร และดารา นักร้องเริ่มมาแนะนำร้านอาหารรสเด็ด สำหรับผม ถึงดารา นักร้องบ้านเรา เป็นสถาบันยึดเหนี่ยวทางจิตใจที่มีผลต่อคนไทยมากที่สุดรองจากจตุคามฯ และเรน แต่ความน่าเชื่อถือนั้นต่ำที่สุด รองจากหมอหยองและคนทรง

พอมาอยู่เยอรมัน ผมต้องหันมาทำกินเองส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะมีเวลาหรือไม่ ไม่งั้นก็จะไม่มีอะไรกิน อาหารที่ทำกินบ่อยใกล้เคียงกับอาหารไทย คือ อาหารอิตาเลี่ยน จริงๆแล้ว คำว่าบ่อยของผม คือราวสัปดาห์ละวัน หรือสองวัน ส่วนที่เหลือๆผมก็กินอาหารเยอรมันเป็นหลัก อาหารเยอรมันที่ว่า ให้ถูกต้อง ก็คือซื้อหรือผลิตในเยอรมัน เสียมากกว่า เพราะมันคือไส้กรอก ชีส เบคอน ขนมปัง อาหารเยอรมันที่เป็นเรื่องเป็นราวนั้นผมทำกินน้อยมาก เพราะนอกจากสลัดมันฝรั่ง อย่างอื่น จำพวกขาหมูเยอรมันทอด ดูจะเกินกำลังทำ กำลังกินของผมทั้งสิ้น

ที่ผมชอบกินอาหารอิตาเลี่ยนมากกว่า แม้ไม่ค่อยชอบคนอิตาเลี่ยนนัก เข้าทำนองเกลียดตัวกินไข่ เกลียดไทยรักไทยชอบจตุรนต์ เป็นไปได้ว่าเพราะ...

ประกาศ ประกาศ

05 Jul 07 | by charly | tags ประกาศ

read 2736 comments 2 read more

เหนื่อยก็ไม่พัก หนักก็ไม่วาง

imageสัปดาห์ที่ผ่านมาวันที่ 19 มิถุนายน เป็นครบรอบวันเกิดปีที่ 62 ของ อองซาน ซูจี เราเลยนำบทกวีทั้งที่อองซาน ซูจี เขียนเอง และที่จีรนันท์ พิตรปรีชาเขียนมาฝากให้อ่านกัน ชอบประโยคหนึ่งของอองซานมาก

"เราจะได้รับชัยชนะเพราะการต่อสู้ของพวกเรามีความถูกต้อง...

การต่อสู้ของเรามีความชอบธรรม ประวัติศาสตร์อยู่ข้างเรา ระยะเวลาก็อยู่ข้างเรา”

เรียกว่าเข้าได้กับสถานการณ์สับสนของบ้านเราทีเดียว เพราะในวันหนึ่งที่ ปัจจุบันกลายเป็นอดีตในอนาคต วันนั้นประวัติศาสตร์ในอนาคตของปัจจุบันจะบอกเองว่าเวลาอยู่ข้างใครในอดีต

ถ้าคิดว่า “เวลา” คือตุลาการที่เที่ยงธรรมที่สุด “ขันติธรรม” ย่อมเป็นเหมือนคณะลูกขุนที่พร้อมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง หลากหลาย และวินิจฉัยด้วยปัญญา (แม้ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม) โดยเฉพาะยิ่งความแตกต่างนั้นมา จากการแสดงความคิดเห็นตามจริตของตัวเองโดยสุจริต และโชคดีอย่างหนึ่งก็คือ เรามักได้รับความคิดเห็นเหล่านี้เราสม่ำเสมอจากบรรดาเพื่อนพ้อง น้องพี่ ดังเช่นตัวอย่างบทความ

สู่ประชาธิปไตยที่เป็นอิสระจาก คมช. และ สังคมไทยจะไปทางไหน หลังคำวินิจฉัย 30 พฤษภาคม 2550?

การวินิจฉัยด้วยปัญญา โดยไม่ตามแห่ตามแหนอย่างไร้สติ ดูท่าจะ เป็นปัญหาอย่างหนักของสังคมไทยและ คนไทยในกระแสจาตุคาม ที่นอกจากตัวปรากฏการณ์ จะสะท้อนให้เห็นความเบาปัญญายัง แสดงความเป็นสังคม mag (ภาษาเยอรมัน แปลว่า ชอบ; อ่านว่า มัก)ง่าย อยากรวยแบบไม่ต้องพยายามอะไรมากไปกว่าหาดินหนักๆมาห้อยคอ

อาการเสพติดความกลวงโดยไม่สนใจเนื้อหาแท้ๆเช่นนี้ ทำให้สาระหลายอย่างเกิดขึ้นได้ยากในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นความเป็นไปได้ของประชาธิปไตยที่มีสาระมากไปกว่าการเลือกตั้ง ความเป็นไปได้ของ วัฒนธรรมไทยที่มีสาระมากกว่ารำไทยหรือชุดไทย ความเป็นไปได้ของเศรษฐกิจไทยที่มีสาระมากกว่าการขั้นลง ของตลาดหุ้น รวมถึงเรื่องไอทีอย่าง ความเป็นไปได้ของ Web 2.0 ในประเทศไทย

หรือว่าที่คนไทยกับสังคมไทยแบกจตุคามกันอยู่ ชนิดที่เหนื่อยก็ไม่พักหนักก็ไม่วาง เป็นเพราะ

ไม่รู้ว่า สิ่งที่ได้จากการวางนั้นมีอยู่ ..ไม่รู้... มันก็แบกไป ดันไปจนกว่าจะตายนั่นเอง

ประกาศ ประกาศ

25 Jun 07 | by charly | tags ประกาศ

read 1610 comments 3 read more

(Thai) Animal Farm

 การเมืองที่เมืองไทยตอนนี้กำลังถึงพริกถึงขิง ต่างฝ่ายก็กำลังเผาพริกเผาเกลือ และฟาดฟันกะให้บรรลัยกันไปข้าง คนธรรมดาๆในบ้านเรากำลังเกิดปัญหาสับสนในความเป็นตัวของตัวเอง จาก 2 กลุ่มก่อนรัฐประหาร ก็เป็น 3 ก๊กหลังรัฐประหาร แล้วก็เป็น 4-5-6 แก๊ง-ก๊วน-ฯลฯ หลังยึดทรัพย์ เรียกว่าเละกันยิ่งกว่าโจ๊ก ดูการเมืองไทย

ภาค “อัปรีย์ไป อะไรมา” แล้วก็นึกถึงหนังสือเรื่อง Animal Farm

โดยเฉพาะ "All animals are equal, but some animals are more equal than others." ทำให้นึกถึงรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างขึ้นมาเสียทันทีทันใด

นอกจากบ่นบ้าวันหยุด ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าก็ได้รับอีเมล์จาก คุณศิโรตน์ คล้ามไพบูลย์ ซึ่งเป็นนักวิชาการที่ทำการบ้าน ทุกครั้งในการแสดงความคิดเห็น ตัวเมล์ส่งบทความที่น่าสนใจว่าด้วยเรื่องรัฐประหาร 19 กันยา มาให้ ซึ่งจริงๆข้าพเจ้า พยายามเอาขึ้นเว็บตั้งแต่สัปดาห์ก่อนหน้ามาสองครั้ง แต่จัดหน้าเสร็จก็ผิดพลาดในการอัพโหลด จากความสะเพร่าของตัวเองทั้งสองครั้ง ก็เลยขอลิงค์เอามาจากเว็บประชาไท พร้อมกับบทความว่าด้วยเรื่องยุบพรรค ด้วยเลยแล้วกัน ส่วนบทความอื่นๆสัปดาห์นี้คุณ(น้อง)โบว์ก็ปั่นบทความด้านการเขียนโปรแกรมมาถึงสองบทความ ทั้งเรื่อง

B => C => C++ => D และ OpenOffice Document Convertor Interface for Python นอกจากนี้ยังมี ภาคต่อ ของ บทความ รัฐกับธรรมาภิบาลในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม จากคุณ สมภพ รุ่งสุภา ซึ่งเราลงไว้แล้วเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ปิดท้ายด้วย

ก่อนจบก็ขอฝากท่อนฮุกพอให้จุกๆ จากธรรมะประจำสัปดาห์ ซึ่งตัดมาจากที่ของหลวงพ่อชาคุยกับ อาจารย์วิทยาลัยครูอุบลราชธานี

“คนเราถ้าไม่มีปัญญาจะทุกข์มาก ไปทำงานเหนื่อยมากๆ ก็นึกว่านอนดีกว่า สบายดี นอนสบายจริงมั้ย? ลองนอนโดยไม่ขยับตัวลุกขึ้นเลยทั้งวันจะสบายมั้ย? นั่งแล้วลุกบ้างจะสบายกว่า นั่งเฉยๆ สบายมั้ย? ลองนั่งสิอย่ายืนนะ จะได้สักกี่ชั่วโมง ไม่สบายอีกแล้ว เอ้อ!...ยืนดีกว่า ยืนได้พักเดียว เดินดีกว่า เดินไปเดินมาก็ไม่สบายขึ้นมาอีก อยากอย่างนั้นอย่างนี้ไม่มีจบหรอกความอยากของคนเรานี่ ความอยากทำให้ไม่สบายจริงสักที มันไม่สบายก็เพราะไม่รู้จักพอประมาณ”

ด้วยมิตรภาพ

ประกาศ ประกาศ

14 Jun 07 | by charly | tags ประกาศ

read 2294 comments 3 read more

Search

Navigation

รวมลิงก์น่าสนใจ

ความเคลื่อนไหว

Login