ComBioLaw.De » Blog » ไอที

Ubuntu 9.10 and Windows 7

Image

Imageเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว (22 ตุลาคม 2009) เป็นวันที่ Windows 7 ออกวางขายสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ และในอีกไม่กี่วันข้างหน้า (29 ตุลาคม 2009) Ubuntu 9.10  ตัวจริงก็จะเปิดให้ดาวน์โหลด ในระหว่างนี้คนที่รอตัวจริงไม่ไหว (เช่นผมเป็นต้น) ก็สามารถดาวน์โหลด เบต้าเวอร์ชั่น มาลองใช้ได้ก่อน จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจ ที่ในช่วงที่ผ่านมาจะมีบทความเกี่ยวกับ Windows 7 vs. Ubuntu 9.10 มากมายในอินเตอร์เนตให้เราได้อ่านกัน ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผมจึงทดสอบทั้ง Ubuntu 9.10 และ Windows 7 ด้วยตัวเอง

ผมเห็นด้วยกับบทความ Windows 7 and Ubuntu 9.10 - why neither will lose ที่ว่า Ubuntu และ Windows 7 ไม่ใช่คู่แข่งซึ่งกันและกัน เพราะกลุ่มผู้ใช้งานเป็นคนละกลุ่มกัน และมีโอกาสน้อยมาก ที่ผู้ใช้ระบบปฏิบัติการหนึ่ง เปลี่ยนไปใช้อีกระบบปฏิบัติการ ดังนั้น ผมจึงตั้งชื่อบล็อกนี้เป็น Ubuntu 9.10 and Windows 7 ไม่ใช่ Ubuntu 9.10 vs. Windows 7

ผมคงไม่ลงรายละเอียดเกี่ยวกับ Ubuntu 9.10 หรือ Windows 7 มากนัก เพราะมีคนอื่นรีวิวไว้อย่างละเอียดแล้ว (แนะนำ รีวิวWindow 7 ตัวจริง จาก blognone และ Ubuntu 9.10 Almost perfect)

...

ไอที ไอที

25 Oct 09 | by bow_der_kleine | tags ไอที Linux Ubuntu Windows

read 3572 comments 8 read more

Apple Apple Apple !

imageสำหรับคนที่อ่านข่าวสารไอทีผ่านทาง Blognone ช่วงนี้อาจสังเกตได้ว่า จำนวนข่าวต่อวันของ Blognone ลดลงอย่างเห็นได้ชัด (ส่วนจำนวนเนื้อหาใหม่ ๆ ของ BioLawCom ต่อเดือนนั้นลดฮวบมานานแล้ว) ทีแรกผมก็นึกว่า เป็นเพราะช่วงนี้เป็นช่วงสงกรานต์ ทีมเขียนข่าวลาพักร้อน เลยไม่ค่อยได้เขียนกัน แต่แล้ว mk หนึ่งในผู้ก่อตั้ง และผู้เขียนหลัก ก็เฉลยความจริงออกมาว่า ขอบายเลิกเขียนข่าวไปสักพัก เพราะเบื่อสาวก Apple จึงทำให้จำนวนข่าวใน Blognone ลดลงด้วยประการฉะนี้แล

สงครามค่ายไอที เป็นเรื่องที่มีให้เห็นตลอดเวลา ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง แล้วแต่กาละเทศะ มีตั้งแต่สงครามระบบปฏิบัติการ Windows vs. Linux vs. Mac OS X สงครามภาษาเขียนโปรแกรม Java vs. Python vs. Ruby vs. C# สงครามฐานข้อมูล MySQL vs. PostgrSQL vs. MS SQL vs. Oracle สงคราม Open Source vs.  Proprietary สงคราม ค่ายหนัง ค่ายเพลง vs. BitTorrent สงคราม Search Engine etc. นับกันไม่หวาดไม่ไหว

โดยส่วนตัว ผมชอบอ่านอะไรแบบนี้ ไม่ใช่เป็นเพราะผมซาดิสต์เท่านั้น แต่ผมรู้สึกว่า หากถกกันเรื่องพวกนี้ แล้วยกเหตุ และปัจจัยมาฟัดมาเหวี่ยงกัน นากจากจะได้ความเพลิดเพลินในการอ่านแล้ว ยังได้ความรู้และมุมมองใหม่ ๆ อีกด้วย (บางครั้งมันนำไปสู่ innovation) แต่ส่วนมากแล้ว กรอบในการประทะคารมมักไม่ได้หยุดอยู่เพียงนั้น มันมักจะลามปาม ออกนอกลู่นอกทาง เกิดการกระทบกระแทกเสียดสี บางคนถึงขนาดละทิ้งหลักแห่งเหตุผล ไปลงเอากับความเชื่อ เข้าขั้นไสยศาสตร์ก็มีไม่น้อย ใช่ว่าอาการผีเข้าแนว ๆ นี้จะไม่เคยเกิดขึ้นกับผม มันไม่เคยละเว้นใคร ผมเองก็ต้องคอยระวังเนื้อ ระวังตัว ระวังปาก ระวังคำอยู่บ้างเหมือนกัน

แต่เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าเรากำลังถูกไสยศาสตร์เข้าครอบงำ ?

นานาสารพัน นานาสารพัน

19 Apr 09 | by bow_der_kleine | tags นานาสารพัน ไอที Apple

read 4676 comments 25 read more

คุณภาพซอพท์แวร์

imageเมื่อหลายวันก่อน มีคนเข้ามาถามเรื่อง การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ผลิตซอพท์แวร์ ในฟอรั่มของ blognone ซึ่งเป็นกรณีที่น่าสนใจมาก เพราะผู้โพสต์เป็นเจ้าของธุรกิจ ที่ต้องใช้ซอพท์แวร์ในการบริหารงาน จึงได้ซื้อซอพท์แวร์ราคาแปดแสนบาทมาใช้ ปรากฏว่าใช้ไปใช้มา มีปัญหาหลาย ๆ อย่าง ทั้งเรื่องความปลอดภัย และการทำงานของโปรแกรม การซัพพอร์ทจากทางบริษัท ก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเท่าใดนัก (ผมเดาว่าที่แก้ยาก เพราะซอพท์แวร์มีปัญหาตั้งแต่ระดับโครงสร้าง) ผู้โพสต์เลยต้องการถามว่าจะฟ้องร้องได้หรือไม่ ที่น่าสนใจก็เพราะว่า เป็นเรื่องที่ใหม่ และผมเข้าใจว่า ไม่มีใครเคยฟ้องกันบนชั้นศาลมาก่อน จึงยังไม่มีเกณฑ์ในการพิจรณาคดีที่ชัดเจน

เนื่องจากผมมีนักกฏหมายใกล้ ๆ ตัว (คุณเช ฯ) เลยหันหน้าไปถาม คำตอบที่ได้คือ ฟ้องได้ หากพิสูจน์ได้ว่าซอพท์แวร์ชำรุดเสียหายจริง ด้วยกฏหมายที่ว่าด้วยเรื่องสินค้าชำรุดบกพร่อง ในกฏหมายแพ่งและพานิชย์ ซึ่งตรงนี้คนไอทีหลาย ๆ คนยังเข้าใจผิดอยู่ ว่าหากไม่มีในข้อตกลงซื้อขาย ซึ่งกำหนดคุณสมบัติต่าง ๆ ของซอพท์แวร์เอาไว้ (requirement) ก็ไม่สามารถฟ้องได้ คุณเช ฯ และ ผมเห็นตรงกันว่า ไม่น่าจะเกี่ยว เพราะต้องแยกกันระหว่าง "คุณสมบัติของสินค้า" กับ "คุณภาพของสินค้า" ซึ่ง requirement ควรอยู่ในหมวดของคุณสมบัติของสินค้า หากผู้ผลิตทำผิดตรงนี้ ก็ต้องฟ้องกันในเรื่องของผิดสัญญาซื้อขาย ส่วนเรื่องสินค้าบกพร่อง ควรต้องอยู่ในหมวดของคุณภาพสินค้า ซึ่งต้องมาพิจรณากันอีกที ว่าเมื่อไรถึงจะเข้าข่าย

การพิจรณาว่าเข้าข่ายเรื่องสินค้าบกพร่องนี่แหละ เป็นอะไรที่ค่อนข้างยาก ตามคำเล่าอ้างของคุณเช ฯ เราสามารถใช้หลักในการพิจรณาได้สองหลักคือ ...

กฏหมาย กฏหมาย

08 Apr 09 | by bow_der_kleine | tags กฏหมาย เขียนโปรแกรม ไอที

read 1249 comments 2 read more

ไฟเบอร์ออพติคจะไม่พอใช้ในปี 2025

image พอดีไป Conference เกี่ยวกับไฟเบอร์ออพติคที่ใหญ่ที่สุด และสำคัญที่สุดในโลกมา เพิ่งกลับเมื่อวาน คงเขียนคีย์โน้ตอะไรไม่ได้ครับ เพราะว่าข้อมูลมันเต็มและเยอะไปหมด (ประชุมห้าวัน) แถมเป็นเรื่องที่เฉพาะทางเอามาก ๆ เขียนไปคงไม่มีคนอ่านรู้เรื่อง การประชุมที่ว่าคือ OFC/NFOEC (ส่วนมากจะเข้าเฉพาะ Session ของ OFC) จัดขึ้นที่ San Diego และเป็นครั้งแรกที่ผมได้ขึ้นไปพรีเซนต์งานบนเวทีที่ใหญ่ระดับนี้ ตอนพูดตื่นเต้นมาก เพราะไม่ค่อยแน่นภาษาอังกฤษ แต่ก็พูดได้จนจบครบตามเวลา 12 นาทีพอดีเป๊ะ แถมคนฟังจับไม่ได้อีกว่าตื่นเต้น (สอบถามจากเพื่อนหลาย ๆ คน) ก็รอดตัวไป

การประชุมครั้งนี้ เป็นประสบการณ์การประชุมที่ดีมากที่สุดครั้งหนึ่งสำหรับผม เพราะเริ่มเข้าใจเนื้อหาที่คนอื่นพูด ภาษาอังกฤษเริ่มโอเค และได้ทำความรู้จักนักวิจัยหลาย ๆ คน (ลองนึกถึงความน่าเบื่อของการประชุมครั้งก่อน ๆ ที่ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง แถมไม่ค่อยรู้จักใคร) และก็คงเหมือนการประชุมครั้งก่อน ๆ ที่ทำให้ผมได้เปิดหูเปิดตาในโลกแห่ง "ไฟเบอร์ออพติค" ไปอีกมากเลยทีเดียว

ก่อนที่จะอ่านต่อ เพื่อความเข้าใจในเนื้อหา ผมแนะนำให้อ่านบทความเรื่อง "ไฟเบอร์ออพติค กับอินเทอร์เน็ต" ที่ผมเขียนลง Blognone yearbook2008 (ผมและคุณเชฯ ได้รับหนังสือแล้ว ต้องขอขอบคุณทีมงานไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ)

ความเร็วมาตรฐานในการส่งสัญญาณผ่านไฟเบอร์ออพติคในขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 10Gbit/s (ส่งข้อมูลจาก DVD หนึ่งแผ่นได้ภายในหนึ่งวินาที) ต่อช่องสัญญาณ ซึ่งปริมาณช่องสัญญาณที่ใช้ได้มากที่สุดตอนนี้อยู่ที่ 80 ช่องสัญญาณต่อสายไฟเบอร์ออพติคหนึ่งเส้น (ปริมาณการใช้ใช้อินเตอร์เนตของไทยทั้งประเทศอยู่ที่ 40Gbit/s นั่นหมายความว่า เราต้องการไฟเบอร์ออพติคเพียง 1/20 เส้นเท่านั้น) ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ...

ไอที ไอที

29 Mar 09 | by bow_der_kleine | tags ไอที Fiber Optic

read 1392 comments 9 read more

สิทธิส่วนบุคคล บนโลกเสมือน

imageด้วยคุณสมบัติของ "อินเตอร์เนต" หรือ "โลกเสมือน" ทำให้เราสามารถติดต่อสื่อสารกับคนทั่วโลกได้รวดเร็ว สะดวกสบาย ในราคาเป็นกันเอง อินเตอร์เนตจึงเข้ามามีบทบาทในชีวิตได้ไม่ยากนัก ความฝันของคนไอทีตั้งแต่ยุคกลางทศวรรษที่แล้ว (ช่วง 1995) คือ การนำอินเตอร์เนตเข้ามาแทนที่เครื่องคอมพิวเตอร์ นั่นหมายความว่า กิจกรรมต่าง ๆ ที่เรากระทำบนคอมพิวเตอร์ เราสามารถกระทำบนอินเตอร์เนตได้ทั้งหมด คอมพิวเตอร์มีหน้าที่เพียงเป็นตัวเชื่อมต่อไปยังอินเตอร์เนตเท่านั้น

เมื่อเวลาผ่านไป 15 ปี ชาวไอทีได้ลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วน และความฝันที่ว่าก็ใกล้ความเป็นจริงมากขึ้นทุกขณะ แรงผลักดันหลัก คือ คุณสมบัติของอินเตอร์เนต, ความสามารถของฮาร์ทแวร์, ราคาค่าบริการ (ส่วนมากไม่เก็บเงิน) และ โอเพนซอร์ส 1) บริการออนไลน์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งในรูปแบบของ social network, e-commerce, desktop replacement ฯลฯ ซึ่งการใช้บริการเหล่านี้ ย่อมมีการนำข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ไปเก็บไว้บนอินเตอร์เนต และเมื่อวันหนึ่งความฝันของคนไอทีได้กลายเป็นความจริง คอมพิวเตอร์ได้ถูกแทนที่ด้วยอินเตอร์เนต ถึงตอนนั้น ข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ ก็ต้องถูกนำไปเก็บไว้สักที่ในอินเตอร์เนต

และด้วยคุณสมบัติของอินเตอร์เนตเช่นกัน ข้อมูลที่ถูกเก็บไว้บนอินเตอร์เนต มักจะไม่ถูกเก็บไว้เพียงที่เดียว แต่จะกระจายตัวไปยังที่ต่าง ๆ มากมาย ทั้งด้วย search engine, robot, hyper link หรือแม้แต่การคัดลอกข้อมูลในลักษณะ hard copy ดังนั้น อินเตอร์เนตจึงกลายเป็นที่เก็บข้อมูลในลักษณะ "เขียนได้ อ่านได้ แต่ลบไม่ได้" เป็นผลทำให้ ...

ไอที ไอที

22 Feb 09 | by bow_der_kleine | tags ไอที เหตุบ้าน และ การเมือง กฏหมาย internet privacy onopen

read 1553 comments 0 read more

Search

Navigation

รวมลิงก์น่าสนใจ

ความเคลื่อนไหว

Login

name password

ลืมรหัสผ่าน